หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด === วิธีกาหนดรูป – วิธีเจริญจตุธาตุววัฏฐาน (หน้า ๒๓๑) === การรับรู้ทั้งหมด ขั้นต่อไปในการกำหนดรู้ก็คือการแยกแยะรูปในอวัยวะสำหรับ การรับรู้ ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และหัวใจ แล้วเห็นรูปกลาปประเภทต่างๆ ใน อวัยวะเหล่านั้น เริ่มต้นที่การแยกแยะรูปโปร่งแสง ๒ ประเภท (ในตาเป็นต้น) *** '''วิธีแยกแยะอวัยวะการรับรู้''' *** '''วิธีแยกแยะประสาทรูป''' อวัยวะแต่ละอย่างมีรูปกลาปหลายอย่างปะปนกัน ตัวอย่างเช่น ตา หู จมูก และลิ้นมีประสาทรูป ๒ อย่างปะปนกันเหมือนข้าวกับแป้งระคนกัน ประสาทรูป ๒ อย่าง คือ (๑) ประสาทรูปที่เกี่ยวกับประสาทสัมผัสสำหรับอวัยวะนั้น และ (๒) กายประสาทรูป ยกตัวอย่างเช่น ประสาทรูป ๒ อย่างในตาคือ: ๑. '''จักขุทสกกลาป''' มีจักขุปสาทเป็นรูปที่ ๑๐ ๒. '''กายทสกกลาป''' มีกายประสาทเป็นรูปที่ ๑๐ กายทสกกลาปมีอยู่ทั่วอวัยวะสำหรับการรับรู้ทั้ง ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และหัวใจ อยู่ร่วมกับสกกลาปตามสมควรแก่อวัยวะนั้นๆ เป็นต้นว่า ในตา อยู่รวม กับจักขุทสกกลาป ในหู อยู่รวมกับโสตทสกกลาป เพื่อจะเห็นอย่างนี้ ก็จะต้อง แยกแยะรูปกลาปโปร่งแสงในอวัยวะการรับรู้ ๕ และชี้ตัวประสาทรูปของอวัยวะนั้นๆ (คือชี้ตัวจักขุปสาท โสตประสาท ฆานประสาท ชิวหาประสาท) รวมทั้งกายประสาทด้วย ให้เริ่มต้นที่ตา ๑. จักขุปสาท เป็นรูปที่กระทบกับสีได้ เทียบกับกายประสาทซึ่งกระทบกับ โผฏฐัพพะได้ ความต่างกันนี้ทำให้สามารถรู้ได้ว่าเป็นจักขุทสกกลาปหรือกายทสกกลาป คือก่อนอื่นให้กำหนดรู้ธาตุ ๔ ในตาที่จะกำหนดรู้รูปกลาปโปร่งแสงแล้วจึง...