หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ====== วิถีกาหนดรูป – การเกิดของรูป ๔ อย่าง ====== ดังที่ได้กล่าวแล้ว รูปกายของเราไม่ใช่อะไรอื่นไปจาก'''รูปกลาป''' และรูปกลาปทั้งหมดก็มีรูปพื้นฐานอย่างน้อยที่สุด ๘ อย่าง คือดิน '''น้ำ''' ไฟ ลม สี กลิ่น รส และโอชา รูปที่ ๘ คือโอชาที่รักษารูปไว้ จึงทำให้รูปแตกทลายเมื่อไม่มีโอชาอีกต่อไป มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับการเกิดรูป ๔ อย่างแต่ละอย่าง == กรรมชรูป (รูปเกิดจากกรรม) == '''กรรมชรูป''' ประกอบด้วยชีวิตนวกกลาปและทสกกลาปหลายชนิด ทสกกลาป รวมทั้งจักขุทสกกลาป โสตทสกกลาป ฆานทสกกลาป ชิวหาทสกกลาป กายทสกกลาป หทยทสกกลาป และภาวทสกกลาป แม้โอชาในกลาปเหล่านั้นก็เป็น'''กรรมชรูป''' ('''กรรมชโอชา''') กรรมชรูปเหล่านี้ทำให้เราเห็นความจริงบางอย่างเกี่ยวกับอริยสัจที่ ๒ คือ ทุกขสมุทัยอริยสัจ กรรมชรูปเป็นรูปที่มีชีวิตอินทรีย์อยู่ด้วย เกิดเมื่อเกิดใหม่ในภพ เป็นอริยสัจที่ ๑ (คือทุกขอริยสัจ) ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงอธิบายไว้ในมหาสติปัฏฐานสูตรว่า ภพเกิดขึ้นเพราะตัณหา และตัณหาย่อมเกิดขึ้นในวัตถุที่น่าใคร่ *** '''[ผู้แปล – คำอธิบาย]:''' พระอาจารย์แสดงความที่โอชาในกรรมชกลาปเหล่านี้เป็นกรรมชรูป ก็เพราะว่ามีโอชาในกลาปอื่นที่เกิดขึ้นจากจิตด้วย จากอุตุด้วย และจากอาหารด้วย เพื่อให้ไม่สับสนว่านี่เป็นโอชาประเภทไหน จึงแสดงไว้อย่างนี้ แม้การอธิบายจิตตชรูป อุตุชรูป และอาหารชรูป ในหัวข้อต่อ ๆ ไป ก็นัยนี้ (ดูตัวอย่างความที่โอชามีการเกิดหลายอย่างใต้หัวข้อ “อาหารชรูป” หน้า 204) *** *อ้างอิง: ที. มหาวรรค.สมุทยสัจจนิทเทส ข้อ ๔๐๐ และวิสุทธิมรรค ขันธนิเทศ (กถาว่าด้วยรูปขันธ์)*