หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ====== คาถามและคาตอบ ๓ – ๓.๘ สติที่เข้มแข็งห้ามกรรมนิมิต ====== เพื่อพิจารณาธรรมะหรือเจริญวิปัสสนา แต่เธอย่อมบรรลุพระนิพพานโดยเร็วพลันทำไมสังขารธรรมทั้งหลายจึงปรากฏอย่างชัดเจนแก่บุคคลนั้น เพราะทั้งวิถีจิตก่อนตายเมื่อเป็นมนุษย์ในชาติก่อน และภวังคจิตเมื่อเป็นเทวดาในชาติต่อไป ได้ถือเอาอารมณ์เดียวกัน ซึ่งในกรณีนี้ก็คือ ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของสังขารทั้งหลาย ภวังคจิตนั้นรู้อารมณ์ของวิปัสสนาอยู่แล้ว วิปัสสนาญาณจึงเจริญได้ง่าย ดังนั้น ตามพระสูตร สติที่มีกำลังในวิปัสสนาญาณ ย่อมสามารถห้ามอกุศลนิมิตไม่ให้ปรากฏ และห้ามกุศลนิมิตอย่างอื่นไม่ให้มาทดแทนวิปัสสนานิมิต โยคีจึงควรพยายามมีสติเช่นนี้ก่อนตาย ตัวอย่างหนึ่งเช่นนี้ก็คือพระสูตรเกี่ยวกับพระภิกษุ ๓ รูปผู้เจริญสมถะวิปัสสนา แม้ภิกษุเหล่านั้นจะมีศีลและสมาธิที่ดี แต่ก็ใจยังน้อมไปในความเป็นบุรุษคนธรรพ์ เมื่อเธอเหล่านั้นมรณภาพไปเกิดในภูมิของเทวดา ได้เป็นคนธรรพ์ที่งดงามและสว่างสุกใสมาก มีรูปเหมือนกับอายุ ๑๖ ในช่วงชีวิตก่อนที่ยังเป็นพระภิกษุ ทั้ง ๓ รูปได้ไปยังบ้านของอุบาสิกาผู้หนึ่งทุกวันเพื่อบิณฑบาต และการแปลตามต้นฉบับมหาจุฬาแปลว่า – ธรรมเหล่านั้นของภิกษุนั้นเป็นภาวะเข้าถึงโสตประสาทคล่องปากขึ้นใจแทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ เธอหลงลืมสติ เมื่อตายไปจะไปเกิดในหมู่เทพหมู่ใดหมู่หนึ่ง บทแห่งธรรมทั้งหลายย่อมปรากฏแก่เธอผู้มีความสุขในภพนั้น สติเกิดขึ้นช้า ต่อมาเธอระลึกได้ จึงบรรลุคุณวิเศษเร็วพลัน *ที. มหาวรรค. ข้อ ๓๔๔ (สักกปัญหสูตร)* นักดนตรีและนักฟ้อนในภูมิเทวดา