หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด '''คาถามและคาตอบ ๒ – คาถาม ๒.๒ – การเจริญสมถกรรมฐานก่อนเจริญวิปัสสนา { หน้า ๑๓๕ }''' '''๓. รูป ๒๘''' จิต ๘๙ อย่างนั้นเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า '''วิญญาณขันธ์''' ส่วนในบรรดาเจตสิก ๕๒ อย่างนั้น ความรู้สึกเป็น'''เวทนาขันธ์''' ความจำได้หมายรู้เป็น'''สัญญาขันธ์''' และเจตสิกที่เหลือ ๕๐ เป็น'''สังขารขันธ์''' ในบางแห่ง จิตกับเจตสิกเรียกรวมกันว่านาม ในบางแห่ง จิตเจตสิกจัดรวมอยู่ในขันธ์ ๔ คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ ซึ่งเรียกรวม ๆ กันว่า '''นามขันธ์''' รูปขันธ์ก็คือรูป ๒๘ ประเภท ส่วนจิต เจตสิก และรูป เรียกรวม ๆ กันว่า '''นามรูป''' โดยบางครั้งก็เรียกว่า '''ขันธ์ ๕''' คือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ เหตุเกิดของนามรูปก็มีเพียงแต่นามรูปเท่านั้น อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ เป็นธรรมะ เป็นทุกข์อริยสัจ เราต้องเข้าใจขันธ์ ๕ ว่าเป็นเช่นนั้น ในมหานิทานสูตรในทีฆนิกาย พระพุทธเจ้าทรงอธิบายไว้ว่า “อานนท์ ปฏิจจสมุปบาทนี้เป็นธรรมที่ลึกซึ้ง สุดจะคาดคะเนได้ อานนท์ ก็เพราะไม่รู้ไม่เข้าใจปฏิจจสมุปบาทนี้ หมู่สัตว์จึงยุ่งเหมือนขอดด้ายของช่างหูก เป็นปมุนุงนังเหมือนกระจุกด้าย เหมือนหญ้ามุงกระต่ายและหญ้าปล้อง ไม่ข้ามพ้นสังสารพร้อมทั้งอบาย ทุคติ วินิบาต” * ดูรายละเอียดของรูป ๒๘ ใน '''ตาราง ๓ – รูป ๒๘ อย่าง''' หน้า 244 * ที.ม.๙๕ (มหานิทานสูตร) '''หมายเหตุ''' – จากฉบับมหาจุฬา “ไม่ข้ามพ้นอบาย ทุคติ วินิบาตและสงสาร”