หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด === อารัมภบท – วิธิรู้ และเห็นทุกข์อริยสัจและสมุทัยอริยสัจ === (หน้า ๕๐) ที่เกิดร่วมกันเท่านั้น (หรือกับรูป ๑๘ อย่างซึ่งเป็นโลกิยะเท่านั้น) กล่าวอีกนัยก็คือ อารมณ์ของวิปัสสนามีแค่โลกิยจิต ๘๑ อย่างกับเจตสิกที่เกิดร่วมกันเท่านั้น (หรือรูป ๑๘ อย่าง) แต่ผลของวิปัสสนาก็คือ โลกุตตรจิต ๘ อย่าง ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดาโลกิยจิต ๘๑ อย่างนี้ ยังมีฌานจิตรวมอยู่ด้วย แต่โยคีก็ไม่สามารถกำหนดรู้ถ้ายังไม่ได้ฌาน ดังนั้น โยคีสุทธวิปัสสกะ (ผู้ไม่ได้ฌาน) จึงไม่ต้องกำหนดรู้ฌานจิต พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายสิ่งที่เราจะสามารถกำหนดรู้ได้ตอนนี้ในมหาสติปัฏฐานสูตร ไว้ว่า: ภิกษุพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่อย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้: 1. จิตมีราคะ ('''ราคะจิตฺต''') ก็รู้ชัดว่า “จิตมีราคะ” 2. จิตปราศจากราคะ ('''วีราคะจิตฺต''') ก็รู้ชัดว่า “จิตปราศจากราคะ” 3. จิตมีโทสะ ('''โทสะจิตฺต''') ก็รู้ชัดว่า “จิตมีโทสะ” 4. จิตปราศจากโทสะ ('''วีโตสจิตฺต''') ก็รู้ชัดว่า “จิตปราศจากโทสะ” 5. จิตมีโมหะ ('''โมหจิตฺต''') ก็รู้ชัดว่า “จิตมีโมหะ” 6. จิตปราศจากโมหะ ('''วีโตโมหจิตฺต''') ก็รู้ชัดว่า “จิตปราศจากโมหะ” 7. จิตหดหู่ ('''สงฺขิตฺตจิตฺต''') ก็รู้ชัดว่า “จิตหดหู่” '''ศัพท์อธิบาย:''' * '''หดหู่''' – ลดลง ตกลงไปในถีนะมิทธะ ไม่สนใจในอารมณ์ * '''ฟุ้งซ่าน''' – ไม่สงบ, ปั่นป่วน, กังวล * '''มหัคคตะ''' – จิตที่เป็นรูปาวจร และอรูปาวจร * '''ไม่เป็นมหัคคตะ''' – จิตที่เป็นกามาวจร * '''ไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่า''' – จิตที่เป็นรูปาวจร และอรูปาวจร * '''เป็นสมาธิ''' – อุปจารสมาธิหรืออัปปนาสมาธิ * '''ไม่เป็น''' (ดูหน้าต่อไป)