paauk:knowing_and_seeing:p205

จตุธาตุวัฏฐานเป็นเบื้องต้นของการเจริญวิปัสสนา ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่ใช่การเจริญวิปัสสนา แต่ก็กล่าวได้ว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของวิปัสสนา เพราะเมื่อจบการเจริญจตุธาตุวัฏฐานแล้ว ก็จะแยกแยะรูปปรมัตถ์ได้ ซึ่งจำเพาะสำหรับวิปัสสนา เพราะฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่า ตอนนี้กำลังสะสมสมรรถภาพที่จำเป็นเพื่อเจริญวิปัสสนาต่อไป

ด้วยเหตุนี้ การเจริญจตุธาตุวัฏฐานจึงจำเป็นกับโยคีทุกท่าน ไม่ว่าทางไปสู่วิปัสสนาของโยคีนั้นจะเป็นการเจริญสมถะกรรมฐานก่อน (เช่น เจริญอานาปานสติ จนถึงจตุตถฌาน) หรือจะเป็นการเริ่มต้นที่จตุธาตุวัฏฐาน (ที่นำไปเพียงแค่อุปจารสมาธิ) โดยทุกคนก็จะต้องสำเร็จจตุธาตุวัฏฐานก่อนเจริญวิปัสสนา วัดพะเอ้าในประเทศพม่านั้นสอนวิธีปฏิบัติทั้งสองทาง ถ้าโยคีได้เจริญสมถกรรมฐาน ก็พึงเข้าจตุตถฌานก่อนในทุก ๆ บัลลังก์ จนกระทั่งแสงจากสมาธินั้นสว่าง สุกใส และเปล่งปลั่ง เมื่อออกจากฌานแล้ว จึงเริ่มเจริญจตุธาตุวัฏฐาน

ในพระบาลี มีวิธีเจริญจตุธาตุวัฏฐาน ๒ แบบ คือแบบย่อและแบบพิสดาร แบบย่อนั้นมีไว้สำหรับผู้มีปัญญากล้า และแบบพิสดารสำหรับผู้เจริญแบบย่อได้ยาก พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงสอนแบบย่อไว้ในมหาสติปัฏฐานสูตร ภิกษุพิจารณาเห็นกายนี้ตามที่ตั้งอยู่ ตามที่ดำรงอยู่โดยความเป็นธาตุว่า “ในกายนี้มี ที.ม.๓๗๒, ม.มู.๑๐๕