paauk:knowing_and_seeing:p176

คาถาม ในสถานการณ์เช่นไรหรือมีภาวะเช่นไรที่เราจะบ่งได้ว่า กรรมฐานได้ถึงอุปจารสมาธิหรืออัปปนาสมาธิแล้ว

คาตอบ ถ้าภวังค์ยังเกิดในสมาธินั้น ก็กล่าวได้ว่าเป็นอุปจารสมาธิ แต่ถ้ายังมีนิมิตก็ยังต้องเป็นปฏิภาคนิมิต ต่อเมื่อสามารถอยู่ในอัปปนาสมาธิล้วน ๆ เป็นเวลายาวนานโดยไม่มีการแทรกคั่นในระหว่าง และมีปฏิภาคนิมิตเป็นอารมณ์ด้วย จึงจะกล่าวได้ว่าเป็นอัปปนาสมาธิ

จะรู้ได้อย่างไรว่าจิตของโยคีนั้นกำลังตกลงสู่ภวังค์? คือเมื่อสังเกตเห็นว่าไม่ได้ระลึกรู้ปฏิภาคนิมิตอยู่บ่อย ๆ ก็จะรู้ได้ว่ามีภวังค์เกิดขึ้นอยู่

จิตของโยคีบางครั้งก็อาจจะไปรู้อารมณ์อื่นนอกจากปฏิภาคนิมิตเป็นขณะสั้น ๆ การรู้อารมณ์อื่นนี้จะไม่เกิดในอัปปนาสมาธิ เพราะในอัปปนาสมาธิจะมีแต่อัปปนาล้วน ๆ โดยไม่มีการแทรกคั่นในระหว่าง

คาถาม มีทั้งอุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิในฌานแต่ละขั้น ในบรรดาฌานทั้ง ๔ หรือไม่ อะไรเป็นลักษณะของสมาธิเหล่านั้น

คาตอบ เรามาดูตัวอย่างของฌานต่าง ๆ ซึ่งมีปฏิภาคนิมิตเป็นอารมณ์ อุปจารสมาธิมี ๔ ขั้น และอัปปนาสมาธิก็มี ๔ ขั้นเช่นกัน ในแต่ละขั้นนั้น อุปจารสมาธิมาก่อน แล้วอัปปนาสมาธิจึงมาทีหลัง สมาธิทั้งสองนั้นมีปฏิภาคนิมิตอย่างเดียวกันเป็นอารมณ์ เพราะฉะนั้นจึงต่างกันโดยระดับสมาธิเท่านั้น

ในอุปจารฌานขั้นที่ ๑-๒-๓ องค์ฌานมี ๕ อย่าง แต่ในอุปจารฌานขั้นที่ ๔ องค์ฌานคือสุขนั้นไม่มี มีเพียงวิตก วิจาร อุเบกขา และเอกัคคตา แม้อุปจารฌาน…