วิธีเจริญอานาปานสติจนถึงอัปปนา – วิธีเจริญอานาปานสติ
(หน้า ๘๖)
…กับกรรมฐานด้วยความเพียรใหญ่ เท้าของท่านก็แตก ท่านไม่นอนหรือหลับ เมื่อเดินไม่ได้แล้ว ก็คลานด้วยมือและเข่า ปฏิบัติเอาจริงเอาจังจนกระทั่งทางจงกรมเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด แม้ปฏิบัติอยู่เช่นนั้น ก็ไม่ได้บรรลุคุณอะไรเลยจนสิ้นหวัง
ขณะนั้นพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ ได้ทรงทราบความสิ้นหวังของท่าน แล้วได้เสด็จไปหาเพื่อทรงเตือนให้ระลึกว่า เมื่อตอนที่ยังเป็นคฤหัสถ์ ท่านเคยดีดพิณ พิณนั้นย่อมมีเสียงไม่ไพเราะ หรือดีดไม่ได้เมื่อสายพิณนั้นตึงหรือหย่อนเกินไป สายต้องขึงพอดีๆ พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า ฉันใดก็ฉันนั้น วิริยะ ความพยายามที่มากเกินย่อมก่อความฟุ้งซ่าน วิริยะที่น้อยเกินย่อมเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน ท่านพระโสณะได้ประโยชน์จากธรรมเทศนานั้นแล้ว เพราะไม่นานหลังจากนั้นเมื่อพิจารณาคำสอนนั้นอยู่ ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
บัณฑิตทั้งหลายสรรเสริญการยังศรัทธาให้สมดุลกับปัญญา และการยังสมาธิให้สมดุลกับวิริยะ
- หากศรัทธามีกำลังแต่ปัญญาอ่อนกำลัง: บุคคลย่อมเกิดศรัทธาและความเคารพในวัตถุต่างๆ ที่ไร้ประโยชน์และไร้สาระ เช่น อาจเกิดศรัทธา นับถือวัตถุในศาสนาอื่นนอกศาสนาพุทธเถรวาท เช่น ผีฟ้าและอารักขเทวดา เป็นต้น
- ในนัยตรงข้าม หากปัญญามีกำลังแต่ศรัทธาอ่อนกำลัง: บุคคลอาจกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์ เมื่อไม่ได้เจริญกรรมฐาน ก็จะใช้เวลาให้หมดไปในการวิจารณ์ตัดสินสิ่งต่างๆ อาการนี้เยียวยาได้ยาก เปรียบเสมือนการเยียวยาโรคที่เกิดจากการใช้ยาเกินขนาด