paauk:knowing_and_seeing:p044

เราสอนการกำหนดรู้รูปก่อนเพราะเหตุผลหลายอย่าง อย่างหนึ่งก็คือ การกำหนดรู้รูปเป็นเรื่องละเอียดสุขุมมาก แม้ว่ารูปจะเกิดดับเป็นพันล้านครั้งต่อวินาที แต่ก็ยังไม่เกิดดับเร็วเท่ากับนาม นี้หมายความว่า เมื่อโยคีได้ผ่านการกำหนดรู้รูปที่ลึกซึ้งแล้ว การกำหนดรู้นามที่สุขุมยิ่งกว่านั้น ย่อมง่ายขึ้นสำหรับโยคี เหตุผลอีกอย่างหนึ่งก็คือ นามอาศัยรูป ถ้าไม่เห็นรูปโดยเฉพาะที่จิตหนึ่งๆ อาศัยเป็นที่เกิดขึ้น แล้ว ก็จะไม่สามารถเห็นนามได้เลย เพื่อจะเห็นนาม จะต้องเห็นการเกิดขึ้นของนาม

การเจริญจตุธาตุววัฏฐาน หมายถึง โยคีกำหนดรู้ธาตุ ๔ ของรูปโดยเริ่มด้วยรูปที่อยู่ในกายของตน คือเริ่มด้วยรูปที่พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่ารูปภายใน (อชฺฌตฺต)

พระพุทธเจ้าทรงอธิบายจตุธาตุววัฏฐานในมหาสติปัฏฐานสูตร ไว้ว่า

ภิกษุทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง ภิกษุพิจารณาเห็นกายนี้ตามที่ตั้งอยู่ ตามที่ดำรงอยู่โดยความเป็นธาตุว่า “ในกายนี้ มี ๑. ธาตุดิน (ปฐวีธาตุ)

วิสุทธิมรรค ทิฏฐิวิสุทธินิเทศ ข้อ ๖๗๑ (นามรูปปริคหคาถา) ได้อธิบายไว้ว่า ถ้าไม่กำหนดรู้รูปให้เสร็จก่อนไปกำหนดนาม “โยคีย่อมจะเสื่อมจากกรรมฐานเสียก็ได้ เหมือนโคที่หากินบนภูเขา (ที่กล่าวถึงใน อ. สัตตก. คาวีอุปมาสูตร ข้อ ๒๕ ที่กล่าวถึงในหน้า 92) ไม่รู้จักเขตแดน เดินไปพลัดตกเหว….” แต่นี่หมายถึงกามาวจรจิตเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงรูปาวจรจิต ดูเพิ่มเติมในหน้า 282

  • ที. มหาวรรค ข้อ ๓๗๒ มหาสติปัฏฐานสูตร (และ ม. มูล. ข้อ ๑๐๕)
  • อีกสูตรหนึ่ง ดู ม. มัช. มหาราหุโลวาทสูตร ข้อ ๑๑๒.