สารบัญ

พุทธประสงค์สำหรับสาวกและคำสอน – ท้ายบท { หน้า ๔๓๓ }

มหาโพธิ์ และที่พระพุทธเจ้าทรงปฏิบัติทุกๆ วันเริ่ม จากวันที่พระองค์มีทุกขเวทนาที่พระปฤษฎางค์ ณ เวฬุวคาม จนกระทั่งเสด็จปรินิพพาน พระองค์ทรงปฏิบัติดังนี้

เมื่อจะจบวิปัสสนาแล้วเข้าอรหัตตผลสมาบัติ พระองค์ก็จะทรงออกจากกรรมฐาน แล้วอธิษฐานว่า “จากวันนี้ไปถึงวันปรินิพพาน ทุกขเวทนานี้จงอย่าเกิดขึ้นอีก” ทรงเจริญวิปัสสนากรรมฐานต่อไปอีก แล้วภายหลังจึงเข้าอรหัตตผลสมาบัติ

ความต่างกันระหว่างขณิกผลสมาบัติกับผลสมาบัติเพื่อดำรงอายุสังขาร ก็คือการเจริญวิปัสสนา ก่อนจะเข้าผลสมาบัติ ขณิกผลสมาบัติที่เป็นไปเพื่อเสวยสันติสุขของพระนิพพานมีการเจริญวิปัสสนาแบบธรรมดาๆ ที่ทำมาก่อน เทียบกับผลสมาบัติเพื่อดำรงอายุสังขารซึ่งมีการเจริญวิปัสสนาระดับที่สูงกว่า ต้องอาศัยวิริยะอันยิ่งกว่า ซึ่งก็คือ ด้วยวิธีรูปสัตว์กะและอรูปสัตว์กะ ดังนั้น ความแตกต่างของผลก็คือ ขณิกอรหัตตผลสมาบัติจะข่มความเจ็บป่วยได้เพียงช่วงที่อยู่ในสมาบัติ อุปมาเหมือนกับก้อนหินที่ตกลงไปในน้ำ ย่อมทำให้น้ำปราศจากสาหร่ายและแหนเพียงแค่เวลาที่กำลังกระทบของหินกับน้ำยังดำรงอยู่เท่านั้น หลังจากนั้น สาหร่ายและแหนก็ย่อมกลับมาปกคลุมน้ำอีก แต่ผลสมาบัติเพื่อดำรงอายุสังขารย่อมสามารถข่มทุกขเวทนาตามช่วงเวลาที่อธิษฐานไว้ (ซึ่งในที่นี้ก็คือ ๑๐ เดือน) อุปมาเหมือนกับชายผู้แข็งแรงลงไปในสระโบกขรณี น้ำสาหร่ายและแหนออกไป ซึ่งก็จะไม่กลับมาอีกเป็นระยะเวลานาน