สารบัญ

พุทธประสงค์สำหรับสาวกและคาสอน – หลักการปฏิบัติ

นั้นจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ ดังนั้น ในพระสูตร พระพุทธเจ้าจึงทรงกระตุ้นเตือนสาวกของพระองค์หลายครั้งหลายคราวว่า

“อิติ สีล อิติ สมาธิ อิติ ปัญญา”

“สีลปริภาวิโต สมาธิ มหปผลो โหติ มหานิสโส”

“สมาธิปริภาวิตา ปัญญา มหปผลो โหติ มหานิสสา”

“ปัญญาปริภาวิต จิตฺต สมฺมเทว อาสเวหิ วิมุจฺจติ เสยฺยถิต กามาสฺวา ภวาสฺวา อวิชฺชาสฺวา”

สีลมีลักษณะอย่างนี้ สมาธิมีลักษณะอย่างนี้ ปัญญามีลักษณะอย่างนี้

สมาธิอันบุคคลอบรมโดยมีศีลเป็นฐาน ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ปัญญาอันบุคคลอบรมโดยมีสมาธิเป็นฐาน ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก จิตอันบุคคลอบรมโดยมีปัญญาเป็นฐาน ย่อมหลุดพ้นโดยชอบจากอาสวะทั้งหลาย คือ กามาสวะ ภวาสวะ และอวิชชาสวะ

พวกเราทั้งหมดล้วนมีจิตด้วยกันทั้งนั้น ถ้าสามารถคุมจิตของเราโดยมีฐานคือศีล กำลังของจิตที่ตั้งมั่นก็ย่อมอัศจรรย์ จิตนั้นย่อมแทงตลอดรูปปรมัตถ์ได้ รูปเกิดโดยเป็นรูปกลาปมีขนาดเล็กกว่าอะตอม กายของเราประกอบด้วยรูปกลาปเหล่านั้น จิตที่ตั้งมั่นย่อมแยกแยะรูปกลาปเหล่านั้นได้ จิตที่ตั้งมั่นย่อมแทงตลอดนามปรมัตถ์ได้ จิตที่ตั้งมั่นสามารถแทงตลอดเหตุของรูปนาม จิตที่ตั้งมั่นสามารถแทงตลอดความเกิดขึ้นและความดับไปของนามของรูป และเหตุของนาม