แน่นอนว่าใจของบุคคลจะเปลี่ยนไปเพราะฌาน เพียงกล่าวได้ว่าตลอดเวลาที่ยังอยู่ในฌาน นิวรณ์จะไม่เกิดขึ้น
ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีข้อยกเว้นบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ท่านพระมหานาคเถระ แม้ท่านจะได้ปฏิบัติสมถะวิปัสสนาเกินกว่า ๖๐ ปี แต่ก็ยังเป็นปุถุชนอยู่ แม้กระนั้น เพราะสมถะวิปัสสนาของท่านเข้มแข็งและมีกำลัง กิเลสจึงไม่ปรากฏตลอดเวลา ๖๐ ปีนั้น เพราะเหตุนั้น ท่านจึงคิดว่าตนเป็นพระอรหันต์ แต่ลูกศิษย์ของท่านองค์หนึ่ง คือพระธัมมทินนะผู้เป็นพระอรหันต์ ก็รู้ว่าพระมหานาคเถระยังเป็นปุถุชนอยู่ และได้ช่วยให้ท่านรู้ความจริงนี้โดยอ้อม เมื่อพระมหานาคเถระรู้ดังนั้น ท่านก็เจริญวิปัสสนา และภายในไม่กี่นาทีก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ แต่นี่เป็นกรณีที่พิเศษมาก
พึงรู้อีกอย่างหนึ่งด้วยว่า ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านปริยัติและปฏิบัติ เป็นกรรมฐานจารย์ และมีพระอรหันต์มากมายเป็นลูกศิษย์เช่นท่านพระธัมมทินนะ แม้ท่านจะเชี่ยวชาญทั้งในสมถะและวิปัสสนา แต่ความเข้าใจผิดก็เกิดขึ้นได้บ้าง เพราะประสบการณ์บางอย่างจะคล้าย ๆ กัน ดังนั้น ถ้าโยคีมีความคิดเป็นต้นว่า “เราได้บรรลุปฐมฌานแล้ว” พึงตรวจสอบประสบการณ์นั้นให้ถี่ถ้วนเป็นเวลาหลาย ๆ วันหรือหลาย ๆ เดือน เพราะเหตุไร เพราะถ้าเป็นฌานและวิปัสสนาจริงๆ นั่นก็จะเป็นประโยชน์แก่โยคี เพราะช่วยให้สามารถถึงพระนิพพานที่แท้จริงอันเป็น “แดน
ดูเรื่องฌาน วิปัสสนา และทิฏฐิในคาถามและคาตอบ ๗.๗ หน้า 397 และ ๗.๙ หน้า 398
วิสุทธิมัคคามัคคญาณทัสนวิสุทธินิเทศ.๗๓๓ (กถาว่าด้วยวิปัสสนูปกิเลส)