สารบัญ

คาถามและคำตอบ ๗ – คาถาม ๗.๕ – ทาศีลให้บริสุทธิ์ก่อน เข้าใจผิดเรื่องการบรรลุธรรม

ถือเอาสิ่งที่สมควรของสงฆ์เพื่อประโยชน์แก่ตน ไม่ง่ายที่ท่านจะได้ฌาน นอกจากท่านทำคืนอาบัติแล้ว นั่นหมายความว่า ท่านต้องทดแทนสิ่งสมควรที่ท่านถือเอาด้วยสิ่งที่มีค่าเสมอกัน แล้วปลงอาบัติต่อหน้าสงฆ์หรือภิกษุรูปหนึ่ง นั่นหมายความว่าท่านต้องปลงอาบัติ (อาปัตติ ปฏิเทสนา) เมื่อทำคืนอาบัติแล้ว ถ้าท่านปฏิบัติสมถะวิปัสสนา ก็จะสามารถบรรลุฌาน มรรค และผล ถ้าสามารถบรรลุฌานได้จริงๆ โดยไม่ได้ทำคืนอาบัติ ท่านอาจจะไม่ใช่ภิกษุจริงๆ ดังนั้น อาบัตินั้นจึงไม่ใช่อาบัติจริง

สำหรับฆราวาส ศีลวิสุทธิก็สำคัญเช่นกัน เพราะฉะนั้น การทำศีลให้บริสุทธิ์ก่อนปฏิบัติก็จะดีกว่า คือ พึงสมาทานศีล ๕ หรือศีล ๘ เมื่อได้เช่นนี้ ในเวลาปฏิบัติความประพฤติก็จะบริสุทธิ์ และสามารถบรรลุฌานได้ แม้กระทั่งว่าก่อนการปฏิบัติอาจเป็นคนชั่ว ยกตัวอย่างเช่น ในธรรมบทอรรถกถา มีเรื่องของนางขุชชุตตราผู้เป็นหญิงรับใช้ คือ

คาถามนี้เกี่ยวข้องกับอาบัติ ๒ ตัว อาบัติตัวหนึ่งเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์อันเป็นของสงฆ์ (แต่สงฆ์ไม่สามารถจัดการเงินทอง แต่สามารถให้ฆราวาสเก็บและจัดการเงินทองนั้น แม้ว่าฆราวาสผู้นั้นสงฆ์ไม่สามารถเป็นผู้มอบหมาย) อาบัติอีกตัวหนึ่งเกี่ยวกับการใช้และการจัดการเงินทอง อาบัติข้อแรกไม่สามารถทำคืนได้ด้วยการต้องอาบัติโดยใช้เงินทองเพิ่มขึ้นอีก เพราะจะสามารถทำคืนได้ด้วยวิธีที่อนุญาตเท่านั้น ซึ่งก็คือชดเชยสงฆ์ด้วยสิ่งที่สมควร (โดยเงินทองไม่ใช่สิ่งที่สมควร) ที่ได้มาโดยชอบ (โดยพระภิกษุไม่ได้เป็นผู้ซื้อมา) ดังนั้น พระอาจารย์ใหญ่จึงกล่าวถึงการทำคืนอาบัติด้วยคำว่า “สิ่งที่สมควร”