คำถาม ๗.๔ – กิจของสงฆ์ต้องทำหรือไม่ ถ้าต้องการปฏิบัติ { หน้า ๓๙๐ }
ความขี้เกียจ (กุสิต หรือ โกสชฺช) คือ ไม่ปฏิบัติมัถวิปัสสนาด้วยความหมั่นเพียร ดังนั้น ถ้ามีกิจที่ต้องทำเพื่อสงฆ์หรือเพื่อตนเอง พึงพยายามทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วกลับไปปฏิบัติด้วยใจที่สงบ ถ้ายินดีในการงานมากเกินไป ก็จะเป็นเครื่องขัดขวางการปฏิบัติ เพราะจะไม่สามารถได้สติที่อยู่กับกรรมฐานซึ่งเข้มแข็งและมีกำลัง ความยินดีในการงานไม่ก่อสมาธิที่ดี
คำถาม ๗.๕ – ต้องรักษาศีลให้บริสุทธิ์ก่อน เข้าใจผิดเรื่องการบรรลุธรรม
บุคคลจะเจริญฌานโดยหวังประโยชน์ที่เลวร้ายจากการบรรลุฌานได้หรือไม่ อนึ่ง บุคคลผู้ที่ได้ใช้สอยเงินของสงฆ์เพื่อประโยชน์ตนและไม่คิดว่าผิดอะไร เมื่อบุคคลนั้นบรรลุฌานจนถึงจตุตถฌาน เขาจะเปลี่ยนใจหรือเปลี่ยนความเห็นหรือไม่
คำตอบ
ในกรณีนี้ ต้องแยกพวกฆราวาสออกจากพระภิกษุ ถ้าพระภิกษุต้องอาบัติ ก็จะเป็นเครื่องกั้นการบรรลุฌาน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าท่านได้
พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติอาบัตินิสสัคคียปาจิตตีย์ในพระวินัยสำหรับพระภิกษุผู้รับ ผู้เป็นเจ้าของ หรือผู้จัดการเงินไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหน พระอาจารย์ใหญ่ได้พะเถือนำรักษาและสอนสิกขาบทในเรื่องนี้