เพื่อจะเห็นความดับสิ้นไปโดยเหตุของสังขารเมื่อบรรลุเป็นพระอรหันต์ (ที่เป็นเหตุ) และเมื่อปรินิพพานที่เป็นผล ให้เห็นความดับขององค์ปฏิจจสมุปบาทแต่ละองค์โดยอนุโลม คือ
๑. เพราะอวิชชาดับไปอย่างไม่เหลือด้วยวิราคะ สังขารจึงดับ ๒. เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ ๓. เพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ ๔. เพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ ๕. เพราะสฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ ๖. เพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ ๗. เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ ๘. เพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ ๙. เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ ๑๐. เพราะภพดับ ชาติจึงดับ ๑๑. เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสจึงดับ
ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนั้น ย่อมมีได้อย่างนี้
ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว พึงเห็นการเกิดและการดับของสังขารทั้งโดยเหตุและโดยขณะ พึงเห็นองค์ของปฏิจจสมุปบาทและความดับสิ้นไปของแต่ละองค์โดยอนุโลม ตัวอย่างเช่น ในกรณีของอวิชชา พึงเห็นว่า
๑. อวิชชาเป็นเหตุของอภิสังขาร ๒. เพราะอวิชชาดับไปอย่างไม่ส่วนเหลือด้วยวิราคะ สังขารจึงดับ