(หน้า ๓๗๓)
ตัวอย่างเช่น โยคีเห็นการดับสิ้นไปโดยเหตุ (นิโรธ) ของรูปด้วยวิธีที่ ๕ แห่งปฏิจจสมุปบาท
คือโยคีดูไล่ไปในอนาคตจนถึงการบรรลุเป็นพระอรหันต์ และเห็นว่า เมื่อบรรลุอรหัตมรรคและอรหัตตผล กิเลสทั้งหมดก็สิ้นไป และเห็นว่า ในที่สุดของชาตินั้น สังขารทั้งหมดก็สิ้นไป นี่เป็นการเห็นการปรินิพพานของตนโดยตรง และหลังจากนั้น ก็ไม่มีรูปนามเกิดขึ้นหรือดับไปอีก
ถ้าโยคีบรรลุเป็นพระอรหันต์ในชาตินี้เอง นั่นก็เป็นเหตุการณ์ในอนาคต หรือถ้าบรรลุเป็นพระอรหันต์ในอนาคตชาติ นั่นก็ยังเป็นเหตุการณ์ในอนาคต โยคีย่อมเห็นความดับสิ้นไปของ (๑) อวิชชา (๒) ตัณหา (๓) อุปาทาน (๔) อภิสังขาร และ (๕) กรรมภพ ไปแต่ละอย่าง ๆ อันเป็นเหตุแห่งความดับของกรรมชรูป
เมื่อเห็นความดับสิ้นไปโดยเหตุของกรรมชรูปเช่นนั้นแล้ว ตอนนี้ก็จะเห็นแต่ความดับไปโดยขณะเท่านั้น หลังจากนั้น พึงเห็นการดับไปโดยขณะของกรรมชรูปทุก ๆ ขณะจิตในวิถีจิต ตามที่กำหนดรู้แล้ว ตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงจุติ ในอดีตชาติและอนาคตชาติ ตามที่กำหนดรู้แล้ว นี่หมายความว่า ให้โยคีเห็นขันธ์ ๕ ในขณะเกิด (อุทย) ของวิถี—
**
[หมายเหตุ/บริบท]
ดูความดับไปโดยเหตุตามวิธีที่ ๕ แห่งปฏิจจสมุปบาท ในหัวข้อ “วิธีกาหนดรู้อนาคต” (หน้า ๓๒๗)
บางครั้งบางคราว พระอาจารย์ใหญ่ก็แนะนาให้โยคีเริ่มโดยกำหนดรู้ชาตินี้ และหลังจากนั้นอดีตชาติและอนาคตชาติ