๓. อุปาทานเป็นไปโดยการติดข้องกับการมีชีวิตเป็นหญิงผู้มีการศึกษา ๔. สังขารเป็นไปโดยกุศลกรรมที่ถวายผลไม้เป็นทานแด่พระภิกษุ ๕. กรรมภพคือศักยภาพของกรรม
ส่วนในชาตินี้ โยคีผู้ นั้นเป็นหญิงมีการศึกษาในเมืองใหญ่ในประเทศพม่า เธอสามารถกำหนดรู้โดยตรง (ด้วยสัมมาทิฏฐิ) ความที่ศักยภาพของกรรมที่ถวายผลไม้เป็นทานในชาติก่อน ก่อขันธ์ ๕ อันเป็นผลในชาตินี้ ความสามารถในการกำหนดรู้เหตุและผลอย่างนี้เรียกว่า ปัจจยปริคคหญาณ
สิ่งที่โยคีชายผู้หนึ่งกำหนดรู้ นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่คล้ายกัน เมื่อโยคีผู้ชายคนหนึ่งกำหนดรู้นามรูปเมื่อใกล้ตาย (ในชาติก่อน) ก็พบว่ามีกรรม ๔ อย่างที่แข่งชิงกัน คือ กรรมที่สอนปริยัติ กรรมที่แสดงธรรม กรรมที่ปฏิบัติกรรมฐาน และกรรมที่สอนกรรมฐาน เมื่อสำรวจว่ากรรมไหนใน ๔ อย่างที่ให้ผลเป็นขันธ์ ๕ ในชาตินี้ ก็พบว่าเป็นกรรมที่ปฏิบัติกรรมฐาน
เมื่อสำรวจต่อไปว่าได้ปฏิบัติกรรมฐานอะไร ก็พบว่าเป็นวิปัสสนากรรมฐานที่รู้ไตรลักษณ์ คือ ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของนามรูป เมื่อสำรวจต่อไปอีก ก็พบอีกว่าก่อนและหลังจากนั่งเจริญกรรมฐานแต่ละครั้ง ได้ตั้งความปรารถนาเพื่อจะเกิดเป็นมนุษย์ผู้ชาย เพื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุ และเพื่อเป็นพระภิกษุผู้เผยแพร่พระพุทธศาสนา
ในกรณีนี้ มีความเป็นไปอย่างนี้คือ ๑. อวิชชาเป็นไปโดยหลงคิดว่า ผู้ชาย พระภิกษุ หรือพระภิกษุผู้เผยแพร่พระพุทธศาสนามีอยู่จริง ๆ