สารบัญ

วิถีจติ (หน้า ๒๘๗)

๓. อุปจารจิต มีเจตสิก ๓๔ ๔. อนุโลมจิต มีเจตสิก ๓๔ ๕. โคตรภูจิต มีเจตสิก ๓๔ ๖. ฌานชวนจิตที่เกิดสืบเนื่องกัน มีเจตสิก ๓๔ ซึ่งได้กำหนดรู้ไปแล้ว

เพื่อกำหนดรู้เจตสิกเหล่านี้ทั้งหมด ให้เข้าถึงปฐมฌาน เช่น อานาปานปฐมฌาน ออกจากฌานนั้นแล้ว ให้กำหนดรู้ภวังค์และปฏิภาคนิมิตด้วยกัน

เมื่อนิมิตนั้นปรากฏในภวังค์ ก็ให้กำหนดรู้ณานวิถีจิตที่เพิ่งเกิดขึ้น ให้กำหนดรู้จิตประเภทต่างๆ แต่ละอย่างในปฐมณานวิถีจิต และเจตสิกทั้ง ๑๒ หรือทั้ง ๓๔ อย่างของจิตเหล่านั้น

หลังจากนั้น เพื่อจะเข้าใจนามโดยองค์รวม ให้กำหนดรู้สภาวะลักษณะที่ทั่วไปกับนามธรรมทั้งหมด ทั่วไปกับเจตสิกทั้งหมด ซึ่งก็คือสภาวะน้อมไปสู่และยึดหน่วงอารมณ์ ซึ่งในกรณีนี้ก็คือปฏิภาคนิมิต

โยคีจะต้องกำหนดรู้และแยกแยะนามธรรมของทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌานโดยนัยเดียวกัน และกับฌานอื่นๆ และกับกรรมฐานอื่นๆ ที่ได้แล้ว เช่น ฌานในอสุภกรรมฐาน ในโอทาตกสิณ และในเมตตากรรมฐาน

แต่ถ้าได้เพียงแค่อุปจารสมาธิโดยจตุธาตุวัฏฐาน ก็จะต้องเริ่มกำหนดรู้นามตรงนั้น เพราะจะไม่สามารถกำหนดรู้นามธรรมของฌานจิตโดยที่ไม่ได้ฌาน ในกรณีนี้ ด้วยจตุธาตุวัฏฐาน พึงยังอุปจารสมาธิให้เกิดอีก คือเมื่อเห็นรูปใสของกายส่งแสงระยิบระยับและเปล่งรัศมี หลังจากสงบอยู่ ณ ที่นั้นสักระยะหนึ่ง ให้เจริญวิปัสสนาด้วยจิตใจที่สดชื่นและแจ่มใสแล้วกำหนดรู้นามธรรมของอุปจารสมาธินั้น

วิธีกำหนดรู้นาม – วิธีกำหนดรู้ฌาณ