**
ในการสนทนาครั้งสุดท้าย เราได้กล่าวถึงวิธีเจริญจตุธาตุวัฏฐานและวิธีแยกแยะรูปในรูปกลาป ในครั้งนี้ เราจะสนทนากันอย่างสั้น ๆ ถึงวิธีการกำหนดรู้นาม (นามกรรมฐาน) ซึ่งเป็นขั้นต่อไปในการเจริญวิปัสสนา
เราจะเริ่มโดยอธิบายอย่างสั้น ๆ เรื่องความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับจิตซึ่งจำเป็นเพื่อให้เข้าใจการกำหนดรู้นาม
คัมภีร์พระอภิธรรมอธิบายว่า นามประกอบด้วยจิตที่รู้อารมณ์ และเจตสิกที่เกิดกับจิต มีเจตสิก ๕๒ อย่างเป็นต้นว่า ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ และมนสิการ
มีจิตทั้งหมด ๘๙ ประเภท จัดประเภทได้โดยความเป็นกุศล อกุศล และอัพยากตะ หรือโดยภูมิคือกามาวจรภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ หรือโดยความเป็นโลกิยะและโลกุตตระ แต่ก็ยังสามารถกล่าวถึงจิตพื้นฐาน ๒ ประเภท คือ
วิปัสสนาบางครั้งหมายถึงวิปัสสนาญาณทั้ง ๑๖ รวมทั้งนามรูปปริจเฉทญาณและปัจจยปริคคหญาณ และบางครั้งหมายถึงญาณที่หยั่งรู้รูปนามโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา เริ่มต้นตั้งแต่สมสนญาณ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับญาณทั้ง ๑๖ ในคาถามและคาตอบ ๑.๕ หน้า 107
ดังนั้น นามประกอบด้วยจิต ๑ และเจตสิก ๕๒ รวมเป็นนาม ๕๓ ประเภท ดูจิต ๘๙ ประเภทในหน้า ๓๕