วิธี เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่นั่นก็เป็นเพราะท่านได้เจริญกรรมฐานในขันธ์ ๕ ทั้งหมด มาก่อนหน้านั้นแล้ว มาย้ำกันอีกทีหนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าภิกษุไม่รู้ นามรูปทั้งหมดและเหตุของนามรูปด้วยปริญญา ๓ ก็จะบรรลุพระนิพพานไม่ได้ ดังนั้น จึงไม่พอที่จะพยายามกำหนดรู้เวทนาอย่างเดียว เช่นทุกขเวทนาเพียงเท่านั้น โดยไม่กำหนดรู้ นามรูปปรมัตถ์อย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่พอในที่นี้ก็คือจะบรรลุพระนิพพานไม่ได้
คาถาม พระพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์ผู้เลิศ อะไรเป็นความแตกต่างกันระหว่างพระพุทธเจ้ากับพระสาวกเช่นท่านพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะผู้เป็นพระอรหันต์ผู้เลิศเช่นกัน
คาตอบ อรหัตมรรคของพระพุทธเจ้านั้น เกิดร่วมกับพระสัพพัญญุตญาณ แต่อรหัตมรรคของพระสาวกไม่เป็นเช่นนั้น อรหัตมรรคของสาวกนั้นเป็นการตรัสรู้ (โพธิ) ของสาวกโดยมีอยู่ ๓ อย่าง คือ ๑. การตรัสรู้ของอัครสาวก (อคฺคสาวก โพธิ) ๒. การตรัสรู้ของมหาสาวก (มหาสาวก โพธิ) ๓. การตรัสรู้ของสาวกธรรมดา (ปกติสาวก โพธิ)
อรหัตมรรคของสาวกบางครั้งเกิดกับปฏิสัมภิทา ๔ บางครั้งกับอภิญญา ๖ บางครั้งกับวิชชา ๓ (เตวิชฺช) หรือบางครั้งเป็นอรหัตมรรคล้วน ๆ ไม่ว่าจะดูรายละเอียดเกี่ยวกับข้อปฏิบัติในอดีตของผู้ที่ได้บรรลุธรรมในคาถามคาตอบ ๔.๓ หน้า ๒๕๗ และคาถามคาตอบ ๕.๒ หน้า ๓๐๘