๓) สำหรับสาวกธรรมดา ถ้าปฏิบัติสมถะวิปัสสนาอย่างบริบูรณ์จนถึงปัจจยปริคหญาณ อุพยัพพยญาณ หรือสังขารุเบกขาญาณ ก็จะไม่เกิดในอบายทั้ง ๔ หลังตายแม้ยังไม่ได้บรรลุมรรคผลในชาตินี้ วิสุทธิมรรคได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า
เธอนับว่าเป็นผู้ได้ความโล่งใจ ผู้ได้ที่พึ่งในพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน (เป็นสุขติ) ได้ชื่อว่าเป็นจูฬโสดาบัน
มีคติ
ดังนั้น จูฬโสดาบันอาจเกิดในเทวภูมิ และได้อานิสงส์ ๔ อย่าง
ในโสตานุคตสูตร พระพุทธเจ้าได้ทรงระบุอานิสงส์ ๔ อย่างไว้คือ
๑) ถ้าจูฬโสดาบันพิจารณาธรรมทันทีที่เกิดใหม่ในเทวภพ ธรรมนั้นย่อมชัดเจนต่อวิปัสสนาญาณของเธอ และเธอก็จะได้บรรลุพระนิพพานอย่างเร็วพลัน
๒) ถ้าเธอไม่บรรลุพระนิพพานโดยพิจารณาธรรมด้วยวิปัสสนาญาณ เธอก็จะได้บรรลุพระนิพพานโดยฟังธรรมจากพระภิกษุอภิญญาผู้มายังเทวภูมิเพื่อแสดงธรรม
๓) ถ้าเธอไม่มีโอกาสฟังธรรมจากพระภิกษุ เธออาจจะได้ฟังธรรมจากเทวดาธรรมกถึก (ธมฺมกถิกเทว) เช่น สนังกุมารพรหม เป็นต้น และบรรลุนิพพานโดยการฟังธรรม
๔) ถ้าเธอไม่ได้โอกาสฟังธรรมจากเทวดาธรรมกถึก เธออาจได้โอกาสพบสหายผู้เป็นสหธรรมิกในมนุษย์ชาติก่อน สหธรรมิกเหล่านั้นอาจจะกล่าวให้ระลึก (อ. จตุตก. ข้อ ๑๙๑, โสตานุคตสูตร)