หลังจากเสร็จคอร์สการปฏิบัติแล้ว โยคีจะได้มรรคญาณและผลญาณหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำไมถึงไม่ได้
บางทีอาจจะได้ โดยขึ้นอยู่กับบารมีของโยคี ยกตัวอย่างเช่น ท่านพาหิยทารุจีริยะ ท่านได้ปฏิบัติสมถะวิปัสสนาจนถึงสังขารุเบกขาญาณในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ปฏิบัติเป็นเวลาถึงสองหมื่นปีแต่ไม่ได้ญาณในมรรคผล เพราะได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ แล้วว่าจะได้เป็นผู้บรรลุเป็นพระอรหันต์อย่างรวดเร็วที่สุด (ขิปฺปาภิญฺญา) ในพระศาสนาของพระศากยมุนี ดังนั้น บารมีของท่านจึงสุกงอมในสมัยนั้นเท่านั้น
โดยนัยเดียวกัน สาวกอื่น ๆ ของพระพุทธเจ้าผู้ได้ปฏิสัมภิทา ๔ ในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าศากยมุนีพระองค์นี้ ก็ได้ปฏิบัติสมถะวิปัสสนาจนถึงสังขารุเบกขาญาณ ในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ๆ เช่นกัน นี่เป็นธรรมดา ส่วนปฏิสัมภิทา ๔ ที่สาวกเหล่านั้นได้ก็คือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานในอรรถ) คือวิปัสสนาญาณเกี่ยวกับผล คือรู้ทุกข์โขริยสัจ ๒. ธัมมปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานในธรรม) คือวิปัสสนาญาณเกี่ยวกับเหตุ คือรู้ทุกขสมุทัยอริยสัจ
**
แหล่งอ้างอิง: