สารบัญ

วิธีกาหนดรูป – วิถียกแยกอวัยวะการรับรู้ { หน้า ๒๓๒ }

กำหนดรู้ความโปร่งแสงของรูปกลาปนั้น ต่อจากนั้น ให้มองดูสีของรูปกลาปกลุ่มหนึ่งซึ่งห่างจากตาสักระยะหนึ่ง ถ้าสีกระทบกับปสาทรูปนั้น ก็จะเป็นจักขุปสาทรูป (ของจักขุทสกกลาป) ถ้าไม่กระทบ ปสาทรูปนั้นก็จะเป็นกายปสาทรูป (ของกายทสกกลาป)

๒. กายปสาท เป็นรูปที่กระทบกับโผฏฐัพพะคือโผฏฐัพพารมณ์ได้ โผฏฐัพพารมณ์ก็คือธาตุดิน ธาตุไฟ และธาตุลม เหมือนกับเมื่อกำหนดจักขุปสาทรูป (ข้อก่อน) ให้กำหนดรู้ปสาทรูปรูปหนึ่งในตา แล้วดูธาตุดิน ธาตุไฟ ธาตุลมของรูปกลาปกลุ่มใกล้ ๆ ถ้าธาตุเหล่านั้นกระทบกับปสาทรูป ปสาทรูปนั้นเป็นกายปสาทรูป (ของกายทสกกลาป)

ถึงบัดนี้ โยคีได้กำหนดรู้ทั้งจักขุปสาทและกายปสาทในตาแล้ว ต่อจากนี้ พึงปฏิบัติโดยนัยเดียวกันกับอวัยวะที่เหลือ เริ่มต้นที่หู

๑. โสตปสาทรูป เป็นรูปที่กระทบกับเสียงได้ พึงกำหนดรู้ปสาทรูปหนึ่ง ๆ ที่หูแล้วฟัง ถ้าเสียงกระทบกับปสาทรูปนั้น ก็จะเป็นโสตปสาทรูป (ในโสตทสกกลาป) ต่อจากนั้น ให้กำหนดรู้กายปสาทรูปเหมือนที่ได้ทำแล้วกับตา

๒. ฆานปสาทรูป เป็นรูปที่กระทบกับกลิ่นได้ พึงกำหนดรู้ปสาทรูปหนึ่ง ๆ ที่จมูกแล้วดมกลิ่นของรูปกลาปกลุ่มหนึ่งใกล้ ๆ ถ้ากลิ่นนั้นกระทบกับปสาทรูป ก็จะเป็นฆานปสาทรูป (ในฆานทสกกลาป) พึงกำหนดรู้กายทสกกลาปเหมือนที่ได้ทำแล้วกับตาและหู

๓. ชิวหาปสาทรูป เป็นรูปที่กระทบกับรสได้ พึงกำหนดรู้ปสาทรูปหนึ่ง ๆ ที่ลิ้นแล้วลิ้มรสของรูปกลุ่มหนึ่งใกล้ ๆ ถ้ารสนั้นกระทบกับปสาทรูป ก็จะเป็นชิวหา-