อย่างที่วิญญาณ ๒ เหล่านั้นอาศัยเกิดขึ้น คือชิวหาปสาทรูปและหทยวัตถุ เมื่อทำอย่างนี้แล้ว จึงพึงกำหนดรู้รสของรูปกลาป โดยอาจถือเอารูปกลาปของลายบนลิ้น
โอชาเป็นรูปประเภทที่ ๘ ที่พึงกำหนดรู้ มีอยู่ในรูปกลาปทั้งหมดเช่นกัน มีอยู่ ๔ ประเภทดังที่กล่าวแล้วคือ ๑. กรรมชโอชา ๒. จิตตชโอชา ๓. อุตุชโอชา ๔. อาหารชโอชา
ให้สํารวจดูรูปกลาปหนึ่ง ๆ ก็จะเห็นโอชาที่ก่อรูปกลาปต่อ ๆ กันไป เมื่อได้กำหนดรู้รูปพื้นฐาน ๘ อย่างที่มีอยู่ในรูปกลาปทั้งหมดแล้ว พึงพยายามกำหนดรู้รูปพื้นฐานที่เหลือ ๓ อย่างที่มีอยู่ในรูปกลาปเฉพาะอย่างรูปพื้นฐานที่เหลือคือ ชีวิตินทริยรูป ภาวรูป และหทยรูป
ดูคำอธิบายเกี่ยวกับกรรมชรูป จิตตชรูป อุตุชรูป และอาหารชรูปที่หน้า 199
ในพระบาลีคำว่า จิต เป็นไวพจน์ของคำว่า วิญญาณ (ความหมายคือจิต) ดู สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ข้อ ๖๑ (อัสสุตวาสูตร) เพราะความเคารพในพระสังคีติกาจารย์ พระอาจารย์ใหญ่พะเอ้าตอยะจึงใช้คำที่เหมือนกับในพระบาลี ซึ่งเป็นเหตุให้พระอาจารย์มักจะใช้ศัพท์บาลีหลายคำโดยมุ่งความหมายเดียวกัน ศัพท์ที่ใช้จะเป็นไปตามพระบาลีที่พระอาจารย์อ้างอิง