สารบัญ

วิธีการกำหนดรูป – วิธีเจริญจตุธาตุวัฏฐาน (หน้า ๒๒๕)

เพื่อทำอย่างนี้ แรกสุด พึงกำหนดรู้วัตถุรูปที่วิญญาณจิตทั้ง ๒ นั้นอาศัยเกิดขึ้น นั่นก็คือฆานปสาทและหทยวัตถุ ฆานปสาทเป็นรูปที่ ๑๐ ของฆานทสกกลาป และหทยวัตถุเป็นรูปที่ ๑๐ ของหทยทสกกลาป

(ผู้แปล – พระอาจารย์ใหญ่พะเอ้าตอยะได้ให้รายละเอียดเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับวัตถุรูปดังนี้)

รูปกลาปหนึ่งๆ มีรูปอย่างน้อย ๘ รูป ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม สี กลิ่น รส และโอชา ส่วนรูปกลาปที่มีชีวิตินทรีย์จะมีรูป ๙ รูป โดยเรียกว่า ชีวิตนวกกลาป รูปกลาปที่มีปสาทรูป ๕ ชนิดใดชนิดหนึ่งจะมีรูป ๑๐ อย่าง หรือรูปกลาปที่มีหทยวัตถุหรือภาวะรูปก็จะมีรูป ๑๐ อย่าง ซึ่งเรียกว่า ทสกกลาป เราได้อธิบายกลาปเหล่านี้ไว้ใน ตาราง (ผู้แปล – เริ่มตั้งแต่ “ตาราง ๔ – ประเภทของรูปในตา” หน้า 246 และในหัวข้อ “รูปในรูปกลาป ๓ อย่าง” หน้า 193)

เมื่อโยคีกำลังกำหนดรู้รูปเหล่านี้อยู่ เรามักจะสอนให้กำหนดรู้ธาตุ ๔ ในรูปแต่ละกลาปของวัตถุ ๖ ไม่ว่าจะเป็นรูปกลาปโปร่งแสง (มีปสาทรูป) หรือเป็นรูปกลาปไม่โปร่งแสง (ไม่มีปสาทรูป) ต่อจากนั้น ก็มักจะสอนให้กำหนดรู้สี กลิ่น รส โอชา ชีวิตินทรีย์ และปสาทรูปของรูปกลาปเหล่านั้น

เมื่อสอนอย่างนี้ ก็มักจะสอนให้กำหนดรู้ธาตุ ๔ คือสี กลิ่น รส และโอชา ในกลาปทั้งที่มีปสาทรูปและนปสาทรูปในวัตถุทั้ง ๖ เมื่อโยคีกำลังกำหนดรู้ "กลิ่น" ของรูปแต่ละกลาป ถ้ากำหนดรู้อย่างชัดเจนไม่ได้ เรามักจะแนะนำให้กำหนดรู้ฆานปสาทรูปซึ่งก็คือฆานทวาร และมโนทวารคือภวังค์ด้วยกันเพื่อให้ระลึกรู้กลิ่นได้ ส่วนการกำหนดรู้ฆานปสาทรูป เราได้อธิบายไว้อย่างสั้นๆ ในหน้า 220 (ใต้หัวข้อ “รูปกลาป ๒ อย่างคือปสาทและนปสาทรูปกลาป”) และในหน้า ??? (เรื่องให้กำหนดรู้ธาตุ ๔ ในปสาทรูปกลาปและนปสาทรูปกลาปในวัตถุทั้ง ๖)