{ หน้า ๒๒๒ }
เมื่อเห็นธาตุ ๔ ในรูปกลาปโปร่งแสงหนึ่งๆ และรูปกลาปไม่โปร่งแสงหนึ่งๆ แล้ว นั่นคือที่สุดของสมถกรรมฐาน เป็นที่สุดของจิตตวิสุทธิ เป็นจุดเริ่มต้นของการเจริญวิปัสสนา เป็นจุดเริ่มต้นของทิฏฐิวิสุทธิ คือได้เริ่มการกำหนดรู้นามรูปปรมัตถ์ (นามรูปปริคฺห) และการแยกแยะนามรูปปรมัตถ์แล้ว จตุธาตุววัฏฐานจึงเป็นทั้งสมถะและวิปัสสนา
เมื่อได้อย่างนี้แล้ว ให้กำหนดรู้ธาตุ ๔ ในรูปกลาปจำนวนหนึ่ง ทั้งที่เป็นรูปกลาปโปร่งแสงและรูปกลาปไม่โปร่งแสงในวัตถุทั้ง ๖ คือจักขุวัตถุ โสตวัตถุ ฆานวัตถุ ชิวหาวัตถุ กายวัตถุ และหทยวัตถุ โดยกำหนดรู้ทีละวัตถุ วิธีการกำหนด ๒ อย่างมีโดยมโนวิญญาณจิตเท่านั้นเป็นต้น
ดังที่กล่าวแล้ว ทั้งรูปกลาปโปร่งแสงและรูปกลาปไม่โปร่งแสง ล้วนแต่ประกอบด้วยรูปพื้นฐาน ๘ อย่าง โยคีได้กำหนดรู้ ๔ อย่างแรกแล้ว และพึงกำหนดรู้ ๔ อย่างที่เหลือต่อไป คือสี กลิ่น รส และโอชา แต่ก่อนจะปฏิบัติต่อไป เรามาสนทนากันถึงวิธีทั่วไปในการกำหนดรู้ธาตุ ๔ ที่เหลือเหล่านั้น
สัมโมหวิโนทนี ซึ่งเป็นอรรถกถาของคัมภีร์อภิธรรม ได้กล่าวไว้ว่า
สพฺโพปิ ปเนส ปเภโท มโนทฺวาริกชวเนเยว ลพฺภติ
(๕) ความเกาะกุม (๖) ความร้อน (หรือความเย็น) (๗) สภาวะพยุง (๘) สภาวะดัน เพราะสภาวะที่ตรงข้ามกัน ไม่มีอยู่ในรูปกลาปเดียวกัน