{ หน้า ๒๐๗ }
ดังนี้ ภิกษุพึงแยกแล้วแยกอีกซึ่งโกฏฐาสเหล่านั้นออกด้วยญาณ อันแล่นไปในระหว่างแห่งโกฏฐาสเหล่านั้น กาหนดถือเอาธาตุทั้งหลายโดยนัย ก่อนว่า “ภาวะที่แข็งก็ดี ภาวะที่หยาบก็ดี อันใด ในโกฏฐาสเหล่านั้น นี่เป็นธาตุดิน” ดังนี้เป็นต้น
ตามหลักสูตรการสอนที่วดั ป่าพะเอ้า (ตามคัมภีร์ธรรมสังคณี) กาหนดรู้ธาตุ ๔ ในร่างกายทั้งหมดโดย ๑๒ ลักษณะ คือ
ตาราง ๒ – ลักษณะ ๑๒ อย่างของธาตุ ๔ ตามธัมมสังคณี
| ธาตุดิน | น้ำ | ไฟ | ลม |
| :— | :— | :— | :— |
| ๑. แข็ง | ๗. ไหล | ๙. ร้อน | ๑๑. พยุง/ค้ำ |
| ๒. หยาบ | ๘. เกาะกุม | ๑๐. เย็น | ๑๒. ตึง/ดัน |
| ๓. หนัก | |||
| ๔. อ่อน | |||
| ๕. เรียบ | |||
| ๖. เบา |
เพื่อจะเจริญกรรมฐานนี้ โยคีต้องศึกษาการกาหนดรู้ลักษณะ ๑๒ อย่างทีละอย่าง โดยปกติแล้วในเบื้องต้น เราจะสอนโยคีนวกะโดยเริ่มต้นจากลักษณะที่ง่ายในการกาหนดรู้ แล้วตามด้วยลักษณะที่ยากขึ้นตามลำดับดังต่อไปนี้ คือ สภาวะดัน ความแข็ง ความหยาบ ความหนัก สภาวะพยุง ความอ่อน ความเรียบ ความเบา ความร้อน ความเย็น ความเกาะกุม และสภาวะไหล
เริ่มแรก ต้องกาหนดรู้ลักษณะแต่ละอย่างที่บริเวณหนึ่ง ๆ ในร่างกาย แล้วต่อไปจึงกาหนดรู้ทั่วร่างกาย
**
คัมภีร์แรกของคัมภีร์อภิธรรม