เมื่ออารมณ์กระทบกับปัญจทวารทวารใดทวารหนึ่ง ก็จะกระทบกับทวารที่ ๖ (คือมโนทวาร หรือภวังค์) พร้อมๆ กัน
ตัวอย่าง: ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออารมณ์คือสี กระทบกับจักขุทวาร (ซึ่งก็คือจักขุปสาทรูปอันเป็นรูปที่ ๑๐ ของจักขุทสกกลาป) สีนั้นก็กระทบกับมโนทวาร (คือภวังค์) พร้อมๆ กัน มโนทวารนั้นเกิดโดยอาศัยรูปที่ ๑๐ ของหทยทสกกลาป ตามลำดับการเกิดของจิต แรกสุด มโนวิญญาณจิตจะรู้อารมณ์คือสีก่อน ตามด้วยจักขุวิญญาณจิต แล้วตามด้วยมโนวิญญาณจิตอีกหลายดวง
หลักการนี้ก็เหมือนกันสำหรับเสียงที่กระทบโสตทวารคือปสาทรูปอันเป็นที่ ๑๐ ของโสตทสกกลาป และก็เหมือนกันด้วยสำหรับกลิ่นเป็นต้น
อารมณ์ที่กระทบมโนทวารโดยโดดๆ: นอกจากอารมณ์ที่กระทบปัญจทวารแล้ว ยังมีอารมณ์ที่กระทบมโนทวาร (คือภวังค์) โดด ๆ คือ ธรรมารมณ์ ๖ ประเภท
โดยเจาะจงก็คือ สีเป็นอารมณ์ทางตา และเสียงเป็นอารมณ์ทางหู เป็นต้น. (ดูเชิงอรรถ ๒๖, p. 7.)
องค์ประกอบของกลาป: