สารบัญ

คาถามและคาตอบ ๓ – ๓.๕ การตกจากอัปปนาสมาธิ การได้อัปปนาสมาธิ

{ หน้า ๑๗๘ }

เหล่าสิ่งเหล่านี้ทำให้สมาธินั้นอ่อนกำลัง เพราะว่ากุศลธรรมและอกุศลธรรมย่อมเป็น ปฏิปักษ์กับกันและกัน เมื่อกุศลธรรมเข้มแข็งและมีกำลัง อกุศลธรรมก็จะอยู่ ห่างไกล แต่เมื่ออกุศลธรรมเข้มแข็งและมีกำลังเนื่องจากอโยนิโสมนสิการ กุศลธรรม ก็จะอยู่ห่างไกล กุศลธรรมและอกุศลธรรมไม่อาจเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในขณะจิต เดียวกันหรือวิถีจิตเดียวกันได้

เราควรเข้าใจโยนิโสมนสิการและอโยนิโสมนสิการ เมื่อโยคีกำลังเจริญ อานาปานสติและมีสมาธิอยู่กับลมหายใจตามธรรมชาติ เมื่อนั้นก็จะมีโยนิโสมนสิการ เมื่ออุคคหนิมิตหรือปฏิภาคนิมิตปรากฏและโยคีมีสมาธิอยู่กับนิมิตนั้น นั่นก็เป็นโยนิโสมนสิการ เมื่อกำลังเจริญวิปัสสนากรรมฐานและเห็นว่า “นี่คือรูป” “นี่คือนาม” “นี่คือเหตุ” “นี่คือผล” “นี่ไม่เที่ยง” “นี่เป็นทุกข์” หรือ “นี่เป็นอนัตตา” นั่นก็เป็นโยนิโสมนสิการเช่นกัน แต่ถ้าเห็นว่า “นี่ผู้ชาย ผู้หญิง ลูกชาย ลูกสาว พ่อ แม่ เทวดา พรหม สัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ” หรือ “นี่ทอง นี่เงิน ฯลฯ” นั่นเป็นอโยนิโสมนสิการ

โดยทั่วไปจึง กล่าวได้ว่า เพราะโยนิโสมนสิการ กุศลธรรมนานัปการจึงเกิด และเพราะอโยนิโสมนสิการ อกุศลธรรมมากมายจึงเกิด ถ้ากำลังเจริญกรรมฐานอยู่แล้วอโยนิโสมนสิการเกิด นิวรณ์และกิเลสต่าง ๆ ก็จะตามมาอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นอกุศลธรรม อกุศลธรรมเหล่านั้นทำให้สมาธิอ่อนกำลัง หรือเป็นเหตุให้สมาธินั้นถดถอยหรือตกไป

ถ้าดูอารมณ์กรรมฐานด้วยโยนิโสมนสิการครั้งแล้วครั้งเล่า กุศลธรรมย่อม เกิดและเจริญขึ้น โดยฌานที่เป็นกุศลธรรมก็รวมอยู่กับกุศลธรรมเหล่านั้น ดังนั้น ถ้ามีสมาธิอยู่กับนิมิตเช่นปฏิภาคนิมิต ครั้งแล้วครั้งเล่า นั่นเป็นโยนิโสมนสิการ เมื่อ