{ หน้า ๑๖๔ }
๔. เพราะว่าศีล สมาธิ และปัญญาของพระองค์ หาที่เปรียบมิได้ ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงทรงเป็นอัครทักขิไณยบุคคลของพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย และจึงทรงเป็นผู้ที่ควรบูชา ๕. เพราะว่าพระองค์ไม่ทรงทาบาปทั้งทางกาย วาจา และใจในที่ใด ๆ แม้ในที่เร้นอันเป็นที่ลับ ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงทรงเป็นผู้ที่ควรบูชา
เพื่อเจริญกรรมฐานนี้ พึงจาความหมายทั้ง ๕ นี้ให้ดีพอจนท่องได้ หลังจากนั้น พึงเข้าจตุตถฌานโดยอานาปานสติ หรือโอทาตกสิณ อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้แสงจากสมาธิสว่างและสุกใส ต่อจากนั้น พึงใช้แสงให้เห็นภาพพระพุทธเจ้าที่โยคีจาได้ชื่นชมและเคารพ เมื่อภาพชัดเจนแล้ว ให้เห็นดุจเป็นพระพุทธเจ้าจริง ๆ ให้ตั้งสมาธิอยู่กับภาพนั้นดั่งเป็นพระพุทธเจ้า
ถ้าในชาติก่อน ๆ โยคีโชคดีพอได้พบเห็นพระพุทธเจ้า ภาพของพระองค์อาจมาปรากฏอีก หากเป็นเช่นนั้น พึงตั้งสมาธิลงในคุณของพระพุทธเจ้าด้วย คือไม่พึงใส่ใจเพียงแค่ภาพ แต่ถ้าภาพของพระพุทธเจ้าองค์จริงไม่ปรากฏ ก็พึงเห็นภาพที่จินตนาการว่าเป็นพระพุทธเจ้าจริง ๆ แล้วจึงระลึกถึงคุณของพระองค์ โยคีสามารถเลือกใช้ความหมายของอรหังที่ชอบใจมากที่สุด ให้ถือเอาความหมายนั้นเป็นอารมณ์ แล้วระลึกแล้วระลึกอีกว่า “อรหัง อรหัง”
เมื่อสมาธิเจริญและเข้มแข็งมากขึ้น ภาพพระพุทธเจ้านั้นจะหายไป ก็พึงเพียงตั้งสมาธิอยู่กับคุณของพระพุทธเจ้าดังที่ได้เลือกไว้ พึงตั้งสมาธิอยู่กับคุณของพระพุทธเจ้านั้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งองค์ฌานปรากฏ โดยจะได้เพียงอุปจารสมาธิเท่านั้นในกรรมฐานนี้ อนึ่ง ยังอาจตั้งสมาธิลงในคุณอื่น ๆ ของพระพุทธเจ้าได้ด้วย