ยกตัวอย่างเช่น ถ้าศรัทธาเข้มแข็งและมีกำลังเกินไป ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกที่รุนแรง นี้หมายความว่า วิริยอินทรีย์จะไม่สามารถรักษานามธรรมซึ่งเกิดร่วมกันให้อยู่กับลมหายใจ สติจะไม่ตั้งอยู่กับลมหายใจ สมาธินทรีย์ก็จะไม่ตั้งมั่นอยู่กับลมหายใจ และปัญญาก็จะไม่รู้แจ้งลมหายใจ เมื่อวิริยะมีกำลังมากเกินไป ก็จะทำให้จิตฟุ้งซ่าน ดังนั้นเช่นกัน อินทรีย์อื่นๆ ย่อมอ่อนกำลังลงและไม่สามารถทำหน้าที่ของตนได้ดี เมื่อสติอ่อนกำลัง ก็จะไม่สามารถปฏิบัติได้เลย เพราะไม่สามารถเฝ้าอยู่กับลมหายใจ และจะไม่พยายามกำหนดรู้ลม หรือพยายามเพียงผิวเผิน และอาจไม่มีศรัทธาเลย
ในขั้นนี้ โยคีกำลังเจริญสมถกรรมฐาน ในสมถกรรมฐานนั้น สมาธิที่เข้มแข็งและมีกำลังย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่สมาธิที่เกินจะก่อความเกียจคร้าน เมื่อเกิดความเกียจคร้าน อินทรีย์อื่นๆ ก็จะอ่อนกำลังลงและทำหน้าที่ของตนได้ไม่ดี
ในขั้นนี้ ปัญญานั้นยังทื่อมากหรือยังด้อยกำลังอยู่ เพราะรู้เพียงเฉพาะลมหายใจตามธรรมชาติ ดังนั้น สำหรับผู้เริ่มเจริญสมถกรรมฐาน การรู้ลมหายใจอย่างชัดเจนเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เมื่ออุคคหนิมิตหรือปฏิภาคนิมิตปรากฏ ปัญญาจะรู้แจ้งอุคคหนิมิตหรือปฏิภาคนิมิต ความรู้ทั่วไปเกินกว่านี้ไม่ดี เพราะโยคีอาจมัวแต่คุยและวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวต่างๆ ถ้าคุยหรือวิพากษ์วิจารณ์มากเกิน ก็อาจกล่าวได้ว่าปัญญาเกิน แล้วทำให้อินทรีย์อื่นๆ อ่อนกำลังและทำหน้าที่ของตนได้ไม่ดี
แม้การให้อินทรีย์ทั้ง ๕ ให้สมดุลยังไม่สำคัญมากในเบื้องต้น แต่ก็เป็นการดี ถ้าผู้ปฏิบัติใหม่สามารถทำให้สมดุลได้ จะทำให้สมดุลได้อย่างไร ต้องปฏิบัติด้วยสติและวิริยะที่เข้มแข็งและมีกำลังเพื่อให้รู้ลมหายใจอย่างชัดเจน และมีสมาธิอยู่กับลมพร้อมด้วยศรัทธา