ฌาน จิตของโยคีก็จะรู้ปฏิภาคนิมิตอย่างต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง หรือแม้ตลอดคืน หรือแม้ตลอดทั้งวันทั้งคืน
เมื่อจิตมีสมาธิอยู่ที่ปฏิภาคนิมิตอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งหรือสองชั่วโมง พึงพยายามกำหนดรู้บริเวณหัวใจที่ภวังคจิตอาศัยเกิดขึ้น ซึ่งก็คือหทยวัตถุ ภวังคจิตนั้นสว่างและสุกใส โดยอรรถกถาอธิบายว่า ภวังคจิตนั้นก็คือมโนทวาร ถ้าพยายามแล้วพยายามอีกหลายครั้งหลายคราว ในที่สุดก็จะสามารถกำหนดรู้มโนทวารคือภวังคจิตกับปฏิภาคนิมิตที่ปรากฏ ณ ที่นั้น แล้วพึงกำหนดรู้องค์ฌาน ๕ ทีละองค์ เมื่อปฏิบัติต่อไป ก็จะสามารถกำหนดรู้องค์ฌานทั้ง ๕ ได้พร้อมกัน
องค์ฌาน ๕ คือ
๑. วิตก – ยกจิตขึ้นและตั้งจิตไว้ที่ปฏิภาคนิมิต ๒. วิจาร – รักษาจิตไว้ที่ปฏิภาคนิมิต ๓. ปีติ – เอิบอิ่มใจในปฏิภาคนิมิต ๔. สุข – สุขใจในปฏิภาคนิมิต ๕. เอกัคคตา – ความรวมเป็นหนึ่งของจิตที่ปฏิภาคนิมิต
องค์ฌานทั้งหมดเรียกรวมกันว่า “ฌาน” เมื่อโยคีเริ่มเข้าฌานได้ ควรฝึกเพื่อให้อยู่ในฌานได้เป็นเวลานานๆ ไม่ควรใช้เวลามากเกินเพื่อกำหนดรู้องค์ฌาน ควรเจริญวสีภาวะแห่งฌาน
วสี มี ๕ อย่าง คือ
๑. เข้าฌานได้ตามต้องการ (สมาปัชชนวสี) ๒. อธิษฐานให้อยู่ในฌานโดยกำหนดระยะเวลา (อธิฏฐานวสี)
แล้วอยู่ได้ตามที่อธิษฐาน