สารบัญ

วิธีเจริญอานาปานสติจนถึงอัปปนา – วิธีเจริญอานาปานสติ

แต่ถ้าศรัทธาและปัญญาสมดุลกัน บุคคลย่อมเลื่อมในวัตถุที่ควรเลื่อมใส คือในพระรัตนตรัย ในกรรมและผลของกรรม ย่อมเชื่อว่า ถ้าเจริญกรรมฐานตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็จะสามารถได้ปฏิภาคนิมิตและบรรลุฌาน

อนึ่ง ถ้าสมาธิมีกำลังและวิริยะอ่อนกำลัง บุคคลอาจกลายเป็นคนเกียจคร้าน เช่น ถ้าเมื่อสมาธิของโยคีดีขึ้น แล้วใส่ใจในปฏิภาคนิมิตของอานาปานสติด้วยจิตที่ผ่อนคลาย โดยไม่รู้ชัดในนิมิตนั้น ก็อาจเริ่มมีความเกียจคร้าน ในกรณีนี้ องค์ฌานทั้ง ๕ ย่อมไม่มีกำลังพอที่จะรักษาสมาธิไว้ในระดับสูงเช่นนั้นได้ ซึ่งหมายความว่า จิตก็ย่อมตกภวังค์บ่อยๆ

แต่ถ้าวิริยะมีกำลังแต่สมาธิอ่อน ก็อาจเริ่มฟุ้งซ่าน เมื่อสมาธิและวิริยะสมดุลกัน ก็ย่อมไม่เกียจคร้าน ไม่ฟุ้งซ่าน แล้วก็จะสามารถบรรลุฌานได้

เมื่อบุคคลหวังจะเจริญสมถกรรมฐาน การมีศรัทธาที่มีกำลังมากเป็นเรื่องดี ในทุกๆ กรณี ถ้าคนนั้นคิดว่า "เราจะได้ฌานอย่างแน่นอนถ้าเราเจริญสมาธิในปฏิภาคนิมิต" ด้วยกำลังของศรัทธานั้นและสมาธิที่ตั้งมั่นในปฏิภาคนิมิต ก็ย่อมบรรลุฌานอย่างแน่นอน เพราะฌานมีสมาธิเป็นมูลฐานหลัก

สำหรับบุคคลที่เจริญวิปัสสนา การมีปัญญาที่มีกำลังย่อมเป็นเรื่องดี เพราะเมื่อปัญญามีกำลังมาก ก็สามารถรู้และเห็นไตรลักษณ์คือความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตา โดยการแทงตลอด

เมื่อสมาธิกับปัญญาสมดุลเท่านั้นโลกิยฌานจึงจะเกิดขึ้นได้ พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ความสมดุลเช่นนี้ก็เช่นเดียวกันสำหรับโลกุตตรฌาน โดยสมาธิและปัญญาก็ยังต้องสมดุลกันกับวิริยะและศรัทธาอีกด้วย

วิธีเจริ