เมื่อโยคีได้รู้และเห็นอริยสัจที่ ๒ (ทุกขสมุทัยอริยสัจ) ตามความเป็นจริง ก็จะสามารถข้ามพ้นความสงสัยในกาล ๓ คือปัจจุบัน อดีต และอนาคต *วิสุทธิมรรค* ได้อธิบายไว้ว่า
ภิกษุนั้น ครั้นเห็นความเป็นไปตามปัจจัย (ปัจฺจยตฺโต) แห่งนามรูปอย่างนี้แล้ว ก็ย่อมพิจารณาเห็น (สมนุปสฺสติ) ว่า “นามรูปนี้ในกาลปัจจุบนานี้ ย่อมเป็นไปตามปัจจัยฉันใด, แม้ในกาลอดีตก็ได้เป็นไปแล้วตามปัจจัย, แม้ในกาลอนาคตก็จักเป็นไปตามปัจจัยฉันนั้น” ดังนี้
เมื่อถึงขั้นนี้ โยคีได้เข้าถึงวิสุทธิที่ข้ามพ้นความสงสัย (กังขาวิตรณวิสุทธิ) เมื่อถึงขั้นนี้เท่านั้น จึงจะเริ่มฝึกวิปัสสนาได้ เพราะเมื่อถึงขั้นนี้แล้วเท่านั้น จึงจะรู้และเห็นปรมัตถธรรม นั่นก็คือ โยคีจะเจริญวิปัสสนาไม่ได้จนกว่าจะได้เห็นธรรมทั้งหลายตามความเป็นจริง
เมื่อเริ่มเจริญวิปัสสนา โยคีจะย้อนกลับไปรู้และเห็นทุกขอริยสัจและทุกขสมุทัยอริยสัจตามความเป็นจริงอีก คือรู้และเห็นการเกิดขึ้นแล้วดับไปของรูปนาม ๑๑ กอง แต่ในรอบนี้ โยคีจะรู้และเห็นนามรูปนานี้ว่าเป็นของไม่เที่ยง (อนิจฺจ) (*วิสุทธิมรรค*, *กังขาวิตรณวิสุทธินิเทศ*, ข้อ ๖๗๙)
วิธีการกำหนดรู้รูปนามในอดีตและในอนาคต ให้ดูหัวข้อ “วิธีเห็นการสืบต่อของปฏิจจสมุปบาท” หน้า ๓๑๙