คือเหตุผลว่า เมื่อกำลังปฏิบัติกรรมฐานอันสุขุมลุ่มลึกอย่างต่อเนื่องสักชั่วระยะหนึ่ง โยคีก็จะเห็นการปรินิพพานของตน ไม่ในชาตินี้ก็ในชาติต่อๆ ไป ถ้าไม่เห็นอดีตชาติและอนาคตชาติ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้าใจปฏิจจสมุปบาทตามความเป็นจริง คือรู้และเห็นว่าเหตุในอดีตกำลังให้ผลในปัจจุบัน เหตุปัจจุบันก็จะให้ผลในอนาคต การดับเหตุย่อมอำนวยการดับผล และถ้าไม่รู้และเห็นปฏิจจสมุปบาท ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้และเห็นทุกขสมุทัยอริยสัจตามความเป็นจริง วิสุทธิมรรคได้อธิบายไว้ว่า:
ไม่มีสักคนเลยแม้ในความฝัน ผู้จะล่วงภัยคือสงสารอันบีบคั้นอยู่เป็นนิตย์ดุจสายฟ้า ถ้าบุคคลยังทำลายไม่ได้ด้วยดาบคือญาณ อันลับไว้ดีแล้วที่ศิลาอันประเสริฐคือสมาธิ เพราะภวจักรนี้ หยั่งไม่ถึงโดยความลึกซึ้ง ได้โดยยากเพราะต้องศึกษาเอาโดยนัยต่างๆ ข้อนี้ สมด้วยคาที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า:
อานนท์ ปฏิจจสมุปบาทนี้เป็นธรรมที่ลึกซึ้ง สุดจะคาดคะเนได้ ก็เพราะไม่รู้ไม่เข้าใจปฏิจจสมุปบาทนี้ หมู่สัตว์จึงยุ่งเหมือนขอดด้ายของช่างหูก เป็นปมนุงนังเหมือนกระจุกด้าย เหมือนหญ้ามุงกระต่ายและหญ้าปล้อง ไม่ข้ามพ้นอบาย ทุคติ วินิบาต และสงสาร
—