====== ทานอันยอดเยี่ยม – ความบริสุทธิ์ของทาน ๔ อย่าง ====== { หน้า ๔๕๐ } พระอรรถกถาจารย์ได้ยกเรื่องราวกรณีของนายพรานผู้หนึ่ง ซึ่งเมื่อเสียชีวิตแล้วไปเกิดในเปตภูมิ ด้วยเหตุที่ภรรยาได้ถวายบิณฑบาตแก่พระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งเป็นผู้ทุศีล มีแห่งธรรมอันลามก เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เปรตตนนั้นจึงไม่อาจเอื้อนกล่าวว่า “สาธุ” ได้ เพราะว่าทั้งตัวทายกและภรรยาต่างก็เป็นคนทุศีล มีแห่งธรรมอันลามก เนื่องจากภรรยาได้ติดตามนายพรานในการทำการฆ่าสัตว์ ดังนั้น ทานของเธอจึงมิได้มาโดยชอบธรรมเพราะมีที่มาจากการฆ่าสัตว์ และจิตใจของเธอก็ไม่บริสุทธิ์ หากว่าจิตใจจะบริสุทธิ์และประกอบด้วยปัญญาแล้ว ย่อมจะไม่ติดตามสามีไป (ฆ่าสัตว์) อีก นอกจากนี้ เธอยังไม่มีศรัทธาที่เพียงพอในกฎแห่งกรรม เพราะถ้ามีก็ย่อมไม่ทำการฆ่าสัตว์เลย และเพราะปฏิคาหกเองก็เป็นคนทุศีล มีแห่งธรรมอันลามกด้วย ดังนั้น ทานนั้นจึงมิได้บริสุทธิ์ ทั้งฝ่ายของทายกและภรรยา เธอได้ถวายบิณฑบาตโดยวิธีการเช่นนี้ถึง ๓ ครั้ง แต่กลับไม่มีผลดีใด ๆ เลย ด้วยเหตุนี้ เปรตตนนั้นจึงส่งเสียงดังกล่าวว่า “ผู้ทุศีลได้ขโมยทรัพย์ของเราถึง ๓ ครั้ง” และภายหลังจากนั้น เธอจึงได้ถวายบิณฑบาตแด่พระภิกษุรูปที่มีศีล ซึ่งการให้ทานครั้งนั้นทำให้บริสุทธิ์ เมื่อนั้นเปรตจึงกล่าวว่า “สาธุ” ได้ด้วยความยินดีและได้พ้นจากเปตภูมินั้นแล้ว (ในส่วนนี้ เราจึงขอกราบเรียนแก่ผู้ฟังว่า หากต้องการผลดีอันเกิดจากทานที่บำเพ็ญ ขอให้ท่านปฏิบัติตามเหตุปัจจัย ๔ ประการ ดังนี้ คือ: ๑. '''ต้องเป็นผู้มีศีล''' ๒. '''ทานนั้นต้องได้มาโดยชอบธรรม''' ๓. '''จิตใจต้องบริสุทธิ์ปราศจากกิเลส''' ๔. '''ต้องมีศรัทธาเพียงพอต่อกฎแห่งกรรมและผลของกรรม''' อนึ่ง หากท่านทั้งหลายเป็นปฏิคาหก และมีเมตตากรุณาต่อทายกที่มีกำลังความสามารถพอควร ก็พึงเป็นผู้มีศีลด้วย เพราะหากว่าศีลนั้นประกอบด้วยฌานและวิปัสสนาญาณแล้ว ย่อม...