'''พุทธประสงค์สำหรับสาวกและคำสอน''' – ท้ายบท (หน้า ๔๓๔) '''ทำนียะยอดเยี่ยม''' (โมทนาเทศนาเพื่อทายก ผู้จัดคอร์สปฏิบัติธรรม และวิทยากร) '''อารัมภบท''' มีทานสองอย่าง คือ ๑. ทานที่ให้ผลอย่างบริบูรณ์ ๒. ทานที่ไม่ให้ผล ทานประเภทไหนที่ท่านทั้งหลายชอบใจ ลองตอบคำถามนั้น แล้วมาดูกัน ถึงพุทธประสงค์ที่มีกับสาวกของพระองค์อันเกี่ยวกับทานในพระศาสนานี้ ความชอบใจของเราและของพระพุทธเจ้าอาจจะเหมือนกันหรือต่างกัน เพื่อจะเข้าใจพุทธประสงค์ มาดูเรื่องทักขิณาวิภังคสูตรกัน พระสูตรเป็นไปดังต่อไปนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิโครธาราม เขตกรุงกบิลพัสดุ แคว้นสักกะ สมัยนั้นแล พระนางมหาปชาบดีโคตมีทรงถือผ้าใหม่คืนนึ่ง ซึ่งพระองค์ได้ทรงให้ช่างศิลป์ทอแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า “ข้าแต่พระองค์ ธรรมเทศนาที่กล่าวหลังจากการให้ทาน เช่นในกรณีนี้ เรียกว่าอนุโมทนาเทศนา คำว่าโมทนา หมายความว่าความยินดี และคำว่าอนุ หมายถึง บ่อยๆ ดังนั้น อนุโมทนาเทศนา หมายถึงเทศนาเพื่อให้เกิดความยินดี คือเพื่อให้เกิดกำลังใจ มุ่งหมายเพื่อจะยกจิตของทายก และมีผลคือเพิ่มกำลังกุศลกรรมและบุญของทายกให้มากยิ่งขึ้น และฝังกุศลกรรมนั้นไว้ในใจของทายก” ม.อุ.๓๗๖ (ทักขิณาวิภังคสูตร – ว่าด้วยการจำแนกทักษิณาทาน)