======พุทธประสงค์สำหรับสาวกและคำสอน – สมถะและวิปัสสนากรรมฐาน { หน้า ๔๒๗ } ====== อินทรีย์ ๕ เหล่านี้ เป็นตัวควบคุมใจของโยคีเพื่อไม่ให้ออกไปจากอริยมรรคมีองค์ ๘ ซึ่งนำไปสู่พระนิพพาน ถ้าไม่มีอินทรีย์ ๕ เหล่านี้ ก็จะไม่สามารถไปสู่เป้าหมายได้ เพราะโยคีควบคุมใจของตนไม่ได้ อินทรีย์ ๕ เหล่านี้มีกำลังควบคุมใจของโยคีไม่ให้ออกไปจากอารมณ์ของกรรมฐาน กำลังเช่นนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าพละ จากมุมมองของพละ อินทรีย์ ๕ นั่นแหละเรียกว่าพละ ๕ นอกจากสติปัฏฐาน ๔ แล้ว ยังมีโพชฌงค์ ๗ อีกที่สำคัญมาก ได้แก่ ๑. สติสัมโพชฌงค์ ๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ๓. วิริยสัมโพชฌงค์ ๔. ปีติสัมโพชฌงค์ ๕. ปัสสัทธิสมโภชฌงค์ คือ วิปัสสนาญาณ ๖. สมาธิสัมโพชฌงค์ ๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์ และท้ายสุดก็คืออริยมรรคมีองค์ ๘ (อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค) ๑. สัมมาทิฏฐิ ๒. สัมมาวิตก ๓. สัมมาวาจา ๔. สัมมากัมมันตะ ๕. สัมมาอาชีวะ ๖. สัมมาวิริยะ ๗. สัมมาสติ ๘. สัมมาสมาธิ นี่กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ศีล สมาธิ และปัญญา คือสิกขา ๓ นั่นเอง เราต้องเจริญสิกขา ๓ เหล่านี้อย่างเป็นระบบ โพชฌงค์รวมทั้งหมดมี ๓๗ เป็นพุทธประสงค์ว่า สาวกของพระองค์พึงศึกษาโพชฌงค์ ๓๗ เหล่านี้ให้ขึ้นใจ และเจริญโพชฌงค์จนบรรลุเป็นพระอรหันต์ ถ้าทำอย่างนี้ เราก็จะสามารถสืบทอดมรดกนี้ให้แก่ชนรุ่นหลัง เมื่อทำอย่างนี้ ทั้งเรา