====== พุทธประสงค์สำหรับสาวกและคำสอน – พระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขาร { หน้า ๔๑๒ } ====== และหลังจากนั้น ก็ทรงเข้าอรหัตตผลสมาบัติ '''อรหัตตผลสมาบัติ''' ก็คือ อรหัตตผลจิตซึ่งมีพระนิพพานเป็นอารมณ์และเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะวิปัสสนาจิตเข้มแข็งและมีกำลัง อรหัตตผลสมาบัติจึงเข้มแข็งและมีกำลังเช่นกัน และเพราะเหตุแห่งวิริยะในวิปัสสนาและในอรหัตตผลสมาบัติ ทุกขเวทนาจึงไม่เกิดขึ้นภายใน ๑๐ เดือนที่เหลืออยู่ก่อนพระองค์จะปรินิพพาน แต่พระองค์ก็ต้องทรงเข้าอรหัตตผลสมาบัติทุก ๆ วันจนถึงปรินิพพาน หลังพรรษา พระองค์ก็เสด็จจาริกไปจากนิคมไปสู่นิคม โดยในที่สุดก็ถึงพระนครเวสาลี และสามเดือนก่อนวันเพ็ญเดือนวิสาขะ ในวันเพ็ญเดือนสามที่จาปาลเจดีย์ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอธิษฐานปลงอายุสังขาร นั่นหมายความว่า อย่างไร หมายความว่า ในวันนั้นพระองค์ทรงตัดสินใจว่า: '''"เตมาสมตฺตเมว ปน สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา ตโต ปรน สมาปชฺชิสฺสามิ"''' (จากวันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันเพ็ญเดือนวิสาขะ เราจะเข้าผลสมาบัติต่อไป แต่นั้นจะไม่เข้า) *** *ดูรายละเอียดเกี่ยวกับข้อปฏิบัติและสมาบัติของพระพุทธเจ้า ดู subsequent endnote A, p.253.* '''ผู้แปล''' – ของไทยเป็นปาวาลเจดีย์ ที.อ.๑๖๙ (มหาปรินิพพานสูตร) '''มหามกุฏและจุฬา''' – เราจักเข้าสมาบัติไม่ขาดระยะเพียง ๓ เดือนเท่านั้น ต่อแต่นั้นจักไม่เข้า