====== คาถามและคำตอบ ๗ ====== *** '''คาถาม ๗.๑๐ – ความต่างกันระหว่างจิตกับทิฏฐิ (หน้า ๔๐๐)''' ๓. '''มัคคสัมมาทิฏฐิ''' ซึ่งเป็นโลกุตตระ ในพรหมชาลสูตร ท่านได้กล่าวถึงความเห็นผิด ๖๒ อย่างทั้งหมดที่มีอยู่ ซึ่งจัดอยู่ในประเภทความเห็นผิดว่าอัตตา ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า '''สักกายทิฏฐิ''' สักกายะ (ตัวตน) ก็คือขันธ์ ๕ ดังนั้น สักกายทิฏฐิก็คือการเห็นขันธ์ ๕ ว่าเป็นตน '''สัมมาทิฏฐิ''' ก็มีหลายประเภทเช่นกัน เช่น สัมมาทิฏฐิในอริยสัจ ๔ ('''จตุสัจจสมฺมาทิฏฺฐิ''') ซึ่งได้แก่ * '''ฌานสัมมาทิฏฐิ''': คือปัญญาในฌานที่เกิดขึ้นพร้อมกับองค์ฌาน * '''สัมมาทิฏฐิในการเข้าใจนามรูป''' ('''นามรูปปริคคหสมฺมาทิฏฺฐิ'''): คือนามรูปปริจเฉทญาณ * '''กัมมัสสกตาสัมมาทิฏฐิ''': คือปัจจยปริคคหญาณ * '''วิปัสสนาสัมมาทิฏฐิ''': คือวิปัสสนาญาณในความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของรูปนามและเหตุของรูปนาม * '''มัคคสัมมาทิฏฐิ''': คือปัญญาในพระนิพพาน * '''ผลสัมมาทิฏฐิ''': คือปัญญาในพระนิพพาน *** '''คาถาม ๗.๑๑ – การเจริญโยนิโสมนสิการและอโยนิโสมนสิการ''' '''คาถาม''' โยคีจะเจริญ'''โยนิโสมนสิการ'''ในชีวิตประจำวัน และเมื่อปฏิบัติสมถวิปัสสนาได้อย่างไร '''ที.สี.๑ (พรหมชาลสูตร''' – ว่าด้วยข่ายแห่งพระสัพพัญญุตญาณอันประเสริฐ) ดูรายละเอียดในหัวเรื่อง '''“โยนิโสมนสิการและอโยนิโสมนสิการ”''' หน้า ๒๘๙