====== คำถามและคำตอบ ๖ ====== '''คำถาม ๖.๗''' – ความไม่เที่ยงขัดแย้งกับพุทธพยากรณ์หรือไม่ { หน้า ๓๔๓ } ให้ผลมีอยู่ในต้นมะม่วงนี้ ศักยภาพนั้นคืออะไร? ถ้าเราศึกษาใบ กิ่ง เปลือก และก้าน แม้จะเห็นไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าศักยภาพนั้นไม่มี เพราะวันหนึ่งต้นมะม่วงนั้นจะออกผล โดยนัยเดียวกัน เราไม่กล่าวว่ากุศลกรรมหรืออกุศลกรรมเป็นของเที่ยง แต่กล่าวว่า '''ศักยภาพของกรรม''' มีอยู่ในนามรูปโดยความสามารถ (ที่จะให้เกิดผล) และวันนี้ เมื่อศักยภาพนั้นสุกงอม ก็จะให้ผลของกรรม ทีนี้มาดูเรื่องสัมมัตตนิยาม เรื่องกฎธรรมชาติที่แน่นอนกัน เรากล่าวว่ามรรคและผลเป็นธรรมะภายในกฎธรรมชาติที่แน่นอน แต่ก็ไม่กล่าวว่าเป็นของเที่ยง เพราะเป็นของไม่เที่ยงนั่นแหละ แต่ศักยภาพของมรรคญาณมีอยู่ในกระแส นามรูปของบุคคลที่ได้บรรลุมรรค ผล และนิพพานแล้ว ศักยภาพมีก็เพราะมีกฎธรรมชาติที่แน่นอน และย่อมให้ผลตามธรรมชาติ เช่น ศักยภาพของโสตาปัตติมรรคย่อมยังให้เกิดโสตาปัตติผล และยังเป็นเหตุสนับสนุนให้แก่ผลที่สูงยิ่งขึ้นไปอีกด้วย แต่มรรคที่สูงยิ่งขึ้นไปไม่อาจให้ผลที่ต่ำกว่านี้ก็เป็นกฎธรรมชาติเช่นกัน ถึงตอนนี้โยคีพึงพิจารณาดู จะบรรลุเป็นพระอรหันต์นั้นไม่ง่าย ต้องปฏิบัติด้วยความพยายามอย่างยิ่ง ความอุตสาหะที่เข้มแข็งและมี'''กำลัง'''เป็นสิ่งที่'''จำเป็น''' ยกตัวอย่างเช่น ในชาติสุดท้าย พระศากยมุนีโพธิสัตว์ของเราปฏิบัติอย่างจริงจังเกิน ๖ ปี เพื่อจะบรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมด้วยสัพพัญญุตญาณ ลองจินตนาการได้ว่านั่นยากแค่ไหน ดังนั้น หลังจากบรรลุเป็นพระอรหันต์ด้วยความยาก'''ลำบาก'''อย่างยิ่ง ถ้าพระองค์กลับกลายเป็นปุถุชนไปอีก แล้วอะไรเล่าจะเป็นอานิสงส์ของการปฏิบัติเช่นนั้น โยคีพึงพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ