=คาถามและคาตอบ ๖ ==คาถาม ๖.๗—ความไม่เที่ยงขัดแย้งกับพุทธพยากรณ์หรือไม่ (หน้า ๓๔๒) โพธิสัตว์ได้ (ถามว่า) นี่ก็เป็นสัมมัตตนิยามเช่นกัน แต่พระพุทธเจ้าทรงประกาศว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยง ดังนั้น สัมมัตตนิยามเหล่านี้เป็นไปตามกฎของความไม่เที่ยงหรือไม่ ==คาตอบ== ในที่นี้ควรจะเข้าใจว่าอะไรเป็นสิ่งที่แน่นอน อะไรเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง '''กฎของกรรม (กัมมนิยาม)''' แสดงว่า อกุศลกรรมย่อมให้ผลที่ไม่น่ายินดี และกุศลกรรมย่อมให้ผลที่น่ายินดี นี่เป็นกรรมนิยาม แล้วนี่หมายความว่ากุศลกรรมและอกุศลกรรมเป็นสิ่งที่เที่ยงหรือไม่ ให้พิจารณาดู ถ้าคิดว่ากุศลกรรมเที่ยง ให้พิจารณาดังนี้ว่า ในตอนนี้โยคีกาลังฟังธรรมเกี่ยวกับพระอภิธรรม ซึ่งเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า นี่เรียกว่ากุศลกรรมจากการฟังธรรม ('''ธัมมสวนกุศลกรรม''') นี่เที่ยงหรือไม่เที่ยง ให้พิจารณาดู ถ้ากุศลกรรมนั้นเที่ยง ในชาตินี้ทั้งชาติ ก็ควรมีกรรมนี้อย่างเดียวเท่านั้น ไม่ควรมีกรรมอื่น เข้าใจไหม กุศลกรรมก่อผลที่น่ายินดีและอกุศลกรรมก่อผลที่ไม่น่ายินดี นี่เป็นกฎธรรมชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่ากรรมเป็นสิ่งที่เที่ยง กุศลเจตนาและอกุศลเจตนาก็คือกรรม ทันทีที่เกิดขึ้นก็ดับไป เป็นของไม่เที่ยง นั่นคือธรรมชาติของกรรม แต่ศักยภาพของกรรม คือสมรรถภาพการก่อผลของกรรม ก็ยังมีอยู่ในกระแสของนามรูป สมมุติว่ามีมะม่วงอยู่ต้นหนึ่ง ตอนนี้ยังไม่มีผล แต่แน่นอนว่าในวันหนึ่งข้างหน้าจะออกผล นี่เป็นกฎธรรมชาติ เราจึงอาจกล่าวได้ว่าศักยภาพในการ... (ข้อความถูกแก้ไขจาก: พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงกล่าวว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยง” แต่กล่าวว่า “สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง” ดู ขุททกธรรมวรรค)