==== วิธีกำหนดรู้นาม – อารัมมบท – วิถีจิต ==== '''(กรรมฐาน)''' ส่วนโยคีสมถยานิก อาจเลือกได้ว่าจะกำหนดรู้ '''รูป''' ก่อน หรือจะกำหนดรู้ '''นามธรรม''' ในฌานที่ได้มาแล้วก่อน (จะเป็นรูปฌาน หรืออรูปฌานก็ได้) แต่ก็ต้องสำเร็จการกำหนดรู้ '''รูป''' ก่อนเช่นกัน ก่อนจะกำหนดรู้นามธรรมที่เป็นกามาวจร ====== วิธีกำหนดรู้นาม ๔ ขั้นตอน ====== การกำหนดรู้นามมี ๔ ขั้นตอน ได้แก่ ๑. กำหนดรู้จิตทุกประเภทที่เกิดขึ้นภายใน ๒. กำหนดรู้เจตสิกทุกอย่างแต่ละอย่าง ในจิตทุกประเภทที่สามารถกำหนดรู้ได้ ๓. กำหนดรู้ลำดับของจิตในวิถีจิตที่เกิดขึ้นทางทวารทั้ง ๖ ๔. กำหนดรู้นามธรรมภายนอกโดยรวม '''รูปฌาน''' คือ ฌาน ๔, '''อรูปฌาน''' คือ ๓ ยกเว้น '''เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน''' (ดู วิสุทธิ.ทิฏฐิวิสุทธินิเทศ.๖๖๓) '''วิสุทธิ.ทิฏฐิวิสุทธินิเทศ.๖๖๔''' ผู้แปล – เข้าใจว่า ท่านถือเอาตามประโยคนี้ว่า “ส่วนพระโยคาวจรผู้ที่เป็นวิปัสสนายานิกล้วน หรือผู้ที่เป็นสมถยานิกตามที่กล่าวแล้วนั่นเองก็ตาม กำหนดถือเอาธาตุ ๔ อย่างสังเขปหรืออย่างพิสดาร โดยมุขแห่งการกำหนดถือเอาธาตุนั้น ๆ ที่กล่าวแล้วในจตุธาตุววัฏฐานมุขใดมุขหนึ่ง.” เพราะว่าในนัยของสมถยานิก กล่าวถึงการกำหนดรู้องค์ฌานเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงนามอย่างอื่น ๆ รวมทั้งนามที่เป็นกามาวจรด้วย ม.มู.๑๐ (สติปัฏฐานสูตร) แสดงว่า “ด้วยวิธีนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นจิตในจิตภายในอยู่ พิจารณาเห็นจิตในจิตภายนอกอยู่” นี่ไม่ใช่กำลังของอภิญญาที่รู้ใจผู้อื่น (เจโต ดูหน้าต่อไป)