====== คาถามและคาตอบ ๔ – ๔.๑๑ เห็นอาการ ๓๒ ด้วยตาที่เปิดอยู่ (หน้า ๒๘๐) ====== *** ### '''วิธีกำหนดรู้นาม''' #### อารัภมบท – วิถีจติ ในการสนทนาครั้งสุดท้าย เราได้กล่าวถึงวิธีเจริญจตุธาตุ'''วัฏฐาน'''และวิธีแยกแยะรูปในรูปกลาป ในครั้งนี้ เราจะสนทนากันอย่างสั้น ๆ ถึงวิธีการ'''กำหนดรู้'''นาม (นามกรรมฐาน) ซึ่งเป็นขั้นต่อไปในการเจริญวิปัสสนา เราจะ'''เริ่ม'''โดยอธิบายอย่างสั้น ๆ เรื่องความรู้'''พื้นฐาน'''เกี่ยวกับจิตซึ่ง'''จำเป็น'''เพื่อให้เข้าใจการ'''กำหนดรู้'''นาม คัมภีร์พระอภิธรรมอธิบายว่า นามประกอบด้วยจิตที่รู้อารมณ์ และเจตสิกที่เกิดกับจิต มีเจตสิก ๕๒ อย่างเป็นต้นว่า ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ และมนสิการ มีจิตทั้งหมด ๘๙ ประเภท จัดประเภทได้โดยความเป็นกุศล อกุศล และอัพยากตะ หรือโดยภูมิคือกามาวจรภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ หรือโดยความเป็นโลกิยะและโลกุตตระ แต่ก็ยังสามารถกล่าวถึงจิตพื้นฐาน ๒ ประเภท คือ วิปัสสนาบางครั้งหมายถึงวิปัสสนาญาณทั้ง ๑๖ รวมทั้งนามรูปปริจเฉทญาณและปัจจยปริคคหญาณ และบางครั้งหมายถึงญาณที่หยั่งรู้รูปนามโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา เริ่มต้นตั้งแต่สมสนญาณ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับญาณทั้ง ๑๖ ในคาถามและคาตอบ ๑.๕ หน้า 107 ดังนั้น นามประกอบด้วยจิต ๑ และเจตสิก ๕๒ รวมเป็นนาม ๕๓ ประเภท ดูจิต ๘๙ ประเภทในหน้า ๓๕