====== คาถามและคาตอบ ๔ – ๔.๓ ไม่ได้มรรคผล วิปัสสนาญาณเสื่อมได้หรือไม่เป็นต้น ====== { หน้า ๒๖๒ } ถึงธรรมเป็นต้นว่า “แน่ะสหาย ท่านจงระลึกถึงธรรมะนี้ และธรรมะนั้นด้วย ที่พวกเราได้ปฏิบัติกันแล้วในภูมิมนุษย์” เธออาจจะระลึกถึงธรรมและถ้าเธอเจริญ '''วิปัสสนา''' ก็จะบรรลุพระนิพพานได้อย่างเร็วพลัน ตัวอย่าง '''จูฬโสดาบัน''' ที่เกิดในเทวภูมิแล้วบรรลุพระนิพพานอย่างเร็วพลันก็คือ ท่านสมณเทวปุตตะ ท่านเป็นพระภิกษุที่ได้ปฏิบัติ '''สมถะวิปัสสนา''' อย่างตั้งใจจริง ทากาลเมื่อกำลังปฏิบัติอยู่แล้วเกิดในเทวภูมิ เพราะไม่รู้ว่าตนได้ '''มรณภาพ''' แล้ว จึงปฏิบัติกรรมฐานต่อไปในปราสาทของท่านในเทวภูมิ เมื่อนางอัปสรในปราสาทของท่านเห็นแล้วก็รู้ว่า ท่านต้องเป็นพระภิกษุรูปหนึ่งในชาติก่อน จึงตั้งกระจกเงาไว้ที่หน้าท่านแล้วทาเสียงดัง ท่านลืมตาแล้วเห็นเงาของท่านในกระจก ถึงความผิดหวังแล้วเพราะไม่ปรารถนาจะเป็นเทวดา และต้องการพระนิพพานอย่างเดียวเท่านั้น ทันใดนั้นเอง ท่านก็ลงจากสวรรค์แล้วเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม พระองค์ทรงกำลังแสดงธรรมในเรื่อง '''อริยสัจ ๔''' เมื่อฟังธรรมนั้นแล้ว ท่านสมณเทวปุตตะก็ได้บรรลุ '''โสตาปัตติมรรคญาณ''' และ '''โสตาปัตติผลญาณ''' ดังนั้น เมื่อสาวกธรรมดาปฏิบัติสมถะวิปัสสนาอย่างจริงจัง แล้วบรรลุ '''ปัจจยปริคหญาณ''' '''อุพยัพพยญาณ''' หรือ '''สังขารุเบกขาญาณ''' แม้จะไม่ได้มรรคผลในชาตินี้ แต่การปฏิบัติที่ได้ทำไว้แล้วย่อมให้ผล คือเป็นไปได้มากที่จะบรรลุมรรคผลในชาติ อรรถกถาของ '''ส.สคาถวรรค.ข้อ ๔๖''' (อัจฉราสูตร ว่าด้วยนางอัปสร) วรรณาเรื่องของท่านสมณเทวปุตตะไว้ '''ส.สคาถวรรค.ข้อ ๔๖''' (อัจฉราสูตร) และอรรถกถา