====== คาถามและคาตอบ ๔ – ๔.๓ ไม่ได้มรรผล วิปัสสนาญาณเสื่อมได้หรือไม่เป็นต้น ====== ในศาสนาของพระพุทธเจ้า ในแต่ละภพชาติที่เป็นพระภิกษุ สิกขาของท่านรวมข้อปฏิบัติ ๗ อย่าง คือ ๑. เรียนพระพุทธวจนะ คือพระไตรปิฎก ด้วยการท่องจำ (พุทฺธวจน อุคฺคณฺหิตฺวา) ๒. ตั้งมั่นอยู่ในปาริสุทธิศีล ๔ (จตุปาริสุทฺธิสฺสฺเ ล ปน สุปฏิฏฺฐาย) ๓. สมาทานธุดงค์ ๑๓ (เตรสฺธุตงฺคานิ สมาทาย) ๔. อยู่ป่าเป็นวัตร (อรญฺญ ปวิสิตฺวา) ๕. ได้สมาบัติ ๘ (อฏฺฐสมาปตฺติโย) ๖. ได้อภิญญา ๕ (ปญฺจอภิญฺญา) มัชฌิมอรรถกถา (ปปัญจสูทนี) ข้อ ๒๘๖ (มัชฌิมปัณณาสก์ ฆฏิการสูตร) อรรถกถาในที่นี้กล่าวเพียงข้อที่ ๑ ถึง ๔ และกล่าวข้อที่ ๕ เป็น “คตปจฺจาคตวตฺต ปูรยมานา สมณธมฺม กโรนฺตา บาเพ็ญคตวัตรและปัจจาคตวัตร กระทาสมณธรรม” ซึ่งหมายถึง การบำเพ็ญสมถวิปัสสนาอย่างต่อเนื่อง แม้ในเวลาที่ออกไปบิณฑบาตและกลับมาในที่อยู่อาศัยหลังจากบิณฑบาต ในที่ต่างๆ ที่อธิบายข้อปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ ข้อที่ ๕ นี้ อาจทำความเข้าใจว่าเป็นข้อที่ ๕-๗ แต่ในที่อื่นๆ สมณธรรมนั้นหมายถึงข้อปฏิบัติ ๗ อย่างนี้ทั้งหมด นี่เป็น *คันธธุระ* (คือธุระในคัมภีร์) ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า *ปริยัติ* (คือการศึกษา) ส่วนข้อ ๒-๗ เป็น *วิปัสสนาธุระ* ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า *ปฏิบัติ* ดูหน้า p.278. *ดูรายละเอียดของจตุปาริสุทธิศีลในคาถามคาตอบ ๒.๓ หน้า ๑๔๒* แม้ว่าการอยู่ป่าเป็นวัตรจะรวมอยู่ในธุดงค์ ๑๓ แต่อรรถกถาก็กล่าวแยกต่างหากเพื่อเน้นความสำคัญ