=== คำถามและคำตอบ ๔ – ๔.๒ การได้มรรคผลในคอร์สปฏิบัติธรรม (หน้า ๒๕๖) === สมัยของพระพุทธเจ้าพระนามว่าทีปังกร ภิกษุณีเหล่านั้นได้ตั้งความปรารถนาที่จะออกจากวัฏฏสงสารในพระศาสนาของพระศากยมุนีพุทธเจ้าอีกสี่อสงไขยกาไรแสนกัป ในกาลต่อมา ความจะเป็นพระอรหันต์วิปัสสกไม่ต้องอบรมบารมีนานขนาดนั้น แต่ภิกษุณีสองพันรูปเหล่านี้ก็ได้เวียนว่ายไปในวัฏฏสงสารยาวนานถึงปานนั้น เพราะเหตุเพียงการตั้งความปรารถนา ไม่ใช่เพราะพยากรณ์อันแน่นอนของพระพุทธเจ้า === ๔.๓ ไม่ได้มรรคผล วิปัสสนาญาณเสื่อมได้ หรือไม่เป็นต้น === '''คำถาม''' สำหรับโยคีที่จบคอร์สกรรมฐานแล้วแต่ไม่ได้บรรลุมรรคญาณผลญาณ ถ้าสมาธิอ่อนลง วิปัสสนาญาณจะเสื่อมไปได้หรือไม่ จะเกิดในอบายได้หรือไม่ '''คำตอบ''' วิปัสสนาญาณอาจจะเสื่อมไปได้ด้วย แต่นี้ก็เกิดไม่บ่อย ถ้าโยคีไม่ปฏิบัติเป็นเวลายาวนาน สมถะและวิปัสสนาอาจจะอ่อนกำลังลงอย่างช้าๆ แต่ศักยภาพของกรรมที่ทำไว้แล้วนั้นก็จะยังดำรงอยู่ มีตัวอย่างเช่นนี้ในคัมภีร์ เป็นเรื่องที่เกิดในศรีลังกา คือภิกษุและสามเณร ๓๐ รูปได้ไปสักการะพระมหาสถูปกัลยาณี และเมื่อกำลังออกจากทางเดินป่าถึงถนนใหญ่ ได้เห็นชายคนหนึ่งกำลังสวนทางมา ผู้ได้ทำงานอยู่ในลานเผาถ่านข้างๆ ถนน กายของเขาจึงเปรอะไปด้วยเถ้าถ่าน แม้แต่ผ้าเตี่ยวเหลืองตัวเดียวที่นุ่งถลกขึ้นก็เปรอะไปด้วยเถ้าถ่าน ดังนั้น เขาจึงดูเหมือนกับตอไฟลนเมื่อทำงาน ดู “ศักยภาพของกรรม” ในอภิธานวิภังค์อรรถกถา (สัมโมหวิโนทนี) สุตตันตภาชนีย์.