==== คาถามและคาตอบ ๔ – ๔.๑ พระโพธิสัตว์กับปุถุชนทั่วไป ==== '''หน้า ๒๕๒''' '''๙. เมตตาบารมี''' '''๑๐. อุเบกขาบารมี''' บารมีทั้ง ๑๐ ที่สุกงอมแล้ว ย่อมกระตุ้นให้พระโพธิสัตว์ทรงออกอภิเษกกรมณ์ แม้เมื่อพระองค์ยังยินดีในกามคุณอยู่ ในชาติสุดท้าย พระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ย่อมแต่งงานและมีบุตร นี่เป็นธรรมดา แต่เผอิญเราลืมชื่อของพระชายาและพระโอรสของพระโพธิสัตว์ศรีเมตไตยไป ตามพระไตรปิฎกของพุทธเถรวาท นั่นจะเป็นภพสุดท้ายของพระองค์ เพราะพระอรหันต์รวมทั้งพระพุทธเจ้าจะไม่เกิดอีกอีกหลังปรินิพพาน การปรินิพพานของพระองค์เป็นที่สุดของการเกิดอีกของพระองค์ ท่านผู้ไม่เกิดในที่ไหน ๆ อีก สำหรับพระศากยมุนีโพธิสัตว์ของพวกเรา ในชาติสุดท้ายก่อนจะตรัสรู้ พระองค์ยังทรงเป็นปุถุชน เป็นอย่างไร คือเมื่อพระโพธิสัตว์เจริญพระชนม์ได้ ๑๖ พรรษา ก็ได้อภิเษกสมรสกับพระนางยโสธรา แล้วทรงมีพระโอรส พระองค์ทรงยินดีกามคุณเกินกว่า ๑๓ ปี แม้จะไม่ทรงได้นางเทพธิดา ๕๐๐ ทางซ้าย และอีก ๕๐๐ ทางขวา แต่ก็ทรงได้การแวดล้อมแล้วด้วยกัลยาณี ๒๐,๐๐๐ นาง นี่เป็นกามสุขัลลิกานุโยค เป็นการหมกมุ่นด้วยสุขในกาม หลังจากที่พระองค์ได้สละกามเหล่านั้น ก็ทรงปฏิบัติอัตตกิลมถานุโยคในป่าอุรุเวลาเสนานิคม เป็นการทำตนให้ลำบาก หลังจาก ๖ ปีแห่งการปฏิบัติที่ไร้ผล เช่นนั้น พระองค์จึงทรงทิ้งข้อปฏิบัตินั้นไปปฏิบัติมัชฌิมาปฏิปทา แล้วจึงได้ตรัสรู้ใน ดูพระพุทธพจน์ที่อ้างอิงในคาถามคาตอบ ๕.๔ หน้า ๓๑๑