== วิธีกาหนดรูป – วิธีเจริญจตุธาตุววัฏฐาน == * ๑. ธาตุดิน (ปฐวีธาตุ) * ๒. ธาตุน้ำ (อาโปธาตุ) * ๓. ธาตุไฟ (เตโชธาตุ) * ๔. ธาตุลม (วาโยธาตุ) คัมภีร์วิสุทธิมรรคขยายว่า: เพราะเหตุนั้น ภิกษุผู้มีปัญญากล้าผู้ปรารถนาจะบำเพ็ญกัมมัฏฐานนี้ อันดับแรก พึงเป็นผู้หลีกเร้นไปในที่ลับแล้ว อาวัชนาการถึงรูปกายของตนทั้งสิ้น กาหนดถือเอาธาตุทั้งหลายโดยสังเขปอย่างนี้ว่า “ในกายนี้ ๑. ภาวะที่แข็งก็ดี ภาวะที่หยาบก็ดี นี้เป็นธาตุดิน ๒. ภาวะที่ไหลก็ดี ภาวะที่เกาะกุมก็ดี นี้เป็นธาตุน้ำ ๓. ภาวะที่ร้อนก็ดี ภาวะที่เผาไหม้ก็ดี นี้เป็นธาตุไฟ ๔. ภาวะที่ดันไว้ก็ดี ภาวะที่พยุงไว้ก็ดี นี้เป็นธาตุลม” ดังนี้แล้ว พึงอาวัชนาการ พึงมนสิการ พึงพิจารณา โดยสักว่าเป็นธาตุ โดยไม่ใช่สัตว์ โดยไม่ใช่ชีวะ ว่า “ธาตุดิน ธาตุน้ำ” เป็นต้นไปแล้วๆ เล่าๆ เมื่อเธอพยายามอยู่อย่างนี้ สมาธิที่กำหนดถือเอาได้ด้วยปัญญาอันสอดส่องประเภทแห่งธาตุ ไม่ถึงอัปปนา เป็นเพียงอุปจาระ เพราะความที่มีสภาวธรรมเป็นอารมณ์ ย่อมจะเกิดขึ้นโดยกาลไม่นานเลย. หรือมิฉะนั้น โกฏฐาส ๔ ที่พระธรรมเสนาบดีกล่าวไว้แล้วเพื่อแสดงภาวะที่หาภูติ ๔ ไม่ใช่สัตว์ว่า “อากาศ (๑) อาศัยกระดูก (๒) อาศัยเอ็น (๓) อาศัยเนื้อ (๔) อาศัยหนัง แวดล้อมอยู่ ย่อมถือการนับว่ารูป นั่นเทียว" *วิ.สมาธินิเทศ* ข้อ ๓๐๘ (การเจริญจตุธาตุววัฏฐาน) ดูรายละเอียดอื่นที่เชิงอรรถ ๒๓๘ หน้า 216