==== วิธีกาหนดรูป – รูปกลาป ๓ ประเภท ==== ภาวทสกกลาปมีอยู่ทั่วร่างกาย มีรูปที่ ๑๐ คือ '''ภาวรูป''' ซึ่งมี ๒ อย่าง ได้แก่ ๑. '''ปุริสภาวรูป''' คือ การยังรูปร่างลักษณะของบุรุษให้เกิด ทำให้เรารู้ได้ว่านี่คือผู้ชาย รูปนี้มีในบุรุษเท่านั้น ๒. '''อิตถีภาวรูป''' คือ การยังรูปร่างลักษณะของสตรีให้เกิด ทำให้เรารู้ได้ว่านี่คือผู้หญิง รูปนี้มีในสตรีเท่านั้น เนื่องจากมี '''ปสาทรูป''' เป็นที่ ๑๐ คือ จักขุ-ทสกกลาป, โสต-ทสกกลาป, ฆาน-ทสกกลาป, ชิวหา-ทสกกลาป, และกาย-ทสกกลาป จึงล้วนแต่เป็นรูปกลาปแบบ '''โปร่งแสง''' ส่วนรูปกลาปประเภทอื่นที่ไม่มีปสาทรูป จึงเป็นรูปกลาปแบบ '''ไม่โปร่งแสง''' เช่น ภาวทสกกลาป และหทัยทสกกลาปที่ได้กล่าวถึง ==== การเกิดของรูป ๔ อย่าง ==== เพราะได้กล่าวถึงโครงสร้างพื้นฐานของรูปปรมัตถ์ไปแล้ว จึงจะกล่าวถึงเหตุเกิดของรูปโดยทั่วไปต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องกำหนดรู้เมื่อเจริญ '''จตุธาตุววัฏฐาน''' เรียกอีกอย่างว่า '''ปุริสินทรีย์''' และ '''อิตถินทรีย์''' โยคีอาทิกัมมิกะผู้เริ่มต้นปฏิบัติจตุธาตุววัฏฐานนั้น จะยังไม่สามารถแยกแยะรูปโดยการเกิด ๔ ประเภทได้ทันทีหลังเห็นรูปกลาป แต่จะทำได้ต่อเมื่อกำหนดรู้ธาตุทั้ง ๔ ในแต่ละกลาปของทวารได้แล้ว ดังนั้น จึงจะต้องเริ่มแยกแยะรูปโดยการเกิด ๔ อย่างโดยค่อยเป็นค่อยไป คำอธิบายนี้ตรงกับผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ แต่ไม่ตรงกับผู้มีบารมีสุกงอมแล้ว ผู้ที่ได้กำหนดรู้รูปโดยนัยต่าง ๆ ในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ๆ หรือของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ในชาติก่อน ๆ อย่างไรก็ตาม โยคีทุกท่านต้องกำหนดรู้รูปโดยการเกิดทั้ง ๔ ประเภทอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะกำหนดนามนี้ได้ ซึ่งได้กล่าวไว้ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค (ดูหน้าต่อไป)